เที่ยวอินเดีย ชมเมืองพาราณสี และสถานที่ประวัติศาสตร์ของพุทธศาสนา

เที่ยวอินเดีย

เที่ยวอินเดีย ชมเมืองพาราณสี และสถานที่ประวัติศาสตร์ของพุทธศาสนา

เที่ยวอินเดีย ชมเมืองพาราณสี และสถานที่ประวัติศาสตร์ของพุทธศาสนา

เที่ยวอินเดีย

พาราณสีหรือวาราณสี เมืองหลวงของแคว้นกาสี ประเทศอินเดีย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำคงคา เป็นเมืองที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 4,000 ปี พาราณสีมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนาที่โดดเด่น ตามตำนานเป็นสถานที่เกิดของพระโพธิสัตว์ในพุทธศาสนาหลายพระองค์และเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาแก่ปัญจวัคคีย์อีกด้วย เมืองโบราณแห่งนี้สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี มีพิธีกรรมและงานเทศกาลทางศาสนาต่างๆ ให้เข้าร่วมอีกมากมาย

ส่วนการเดินทางภายในเมืองพาราณสี มาเที่ยวเมืองนี้นอกจากจะได้เที่ยวชมบ้านเมืองบนบกแล้ว ยังสามารถล่องเรือชมแม่น้ำคงคา สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตของผู้คนริมฝั่งแม่น้ำได้อีกด้วย ใครอยากเที่ยวอินเดียพร้อมสัมผัสวิถีชีวิตที่ผูกพันกับแม่น้ำคงคาและศาสนาฮินดูของชาวอินเดีย การันตีเลยว่าพาราณสีเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุด พร้อมแล้วก็ไปดูเลยดีกว่าว่ามีที่ไหนเด่นๆ ต้องไปเช็คอินบ้าง

เที่ยวอินเดีย

ท่าน้ำทศาศวเมธ ฆาต (Dasaswameth Ghat)

ท่าน้ำทศาศวเมธ ฆาต เป็นท่าน้ำที่ใหญ่ที่สุดและถือเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาแห่งหนึ่งของเมืองพาราณสี ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา มีลักษณะเป็นบันไดหันหน้าออกสู่แม่น้ำ ใครอยากเที่ยวอินเดียแบบได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวพาราณสีที่ผูกพันแน่นแฟ้นกับแม่น้ำคงคารับรองว่าจะได้เก็บภาพบรรยากาศต่างๆ อย่างเต็มอิ่มที่ท่าน้ำแห่งนี้ เพราะทศาศวเมธ ฆาตจะคึกคักอยู่ตลอดวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น ที่นี่เต็มไปด้วยผู้แสวงบุญที่มาอาบน้ำชำระร่างกายหรือนำสิ่งสักการะ เช่น ข้าวตอก ดอกไม้มาถวายแม่น้ำคงคา ชาวอินเดียที่นำอัฐิของญาติพี่น้องมาลอยในแม่น้ำ พราหมณ์ที่กำลังประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และเรือนำเที่ยวที่จะล่องไปตามแม่น้ำคงคาเพื่อชมวิถีชีวิตของชาวพาราณสีริมฝั่งแม่น้ำ ท่าน้ำทศาศวเมธ ฆาตถือเป็นท่าน้ำที่มีเรือนำเที่ยวเยอะที่สุดและเป็นจุดที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นล่องเรือชมเมืองพาราณสี

ในยามค่ำคืนของทุกวันท่าน้ำทศาศวเมธ ฆาตจะกลายเป็นสถานที่ประกอบพิธีบูชาไฟหรือพิธีอารตี นำพิธีโดยเหล่าพราหมณ์เพื่อขอพรจากพระเจ้าให้มอบความสุขและความโชคดีแก่ผู้ที่บูชา โดยขั้นตอนของพิธีบูชาไฟคือการโบกเครื่องหอมและตะเกียงทองเหลืองที่เรียกว่าตะเกียงอารตีตามการหมุนของเข็มนาฬิกาและสวดมนต์บูชาเทพเจ้าไปด้วย จากนั้นก็ปล่อยตะเกียงลงสู่แม่น้ำ เพื่อนๆ คนไหนอยากเห็นบรรยากาศริมแม่น้ำคงคายามค่ำคืนที่สวยงาม สว่างไสวไปด้วยแสงเทียนก็สามารถมาเก็บภาพความงดงามตอนกลางคืนหรือมาร่วมพิธีอารตีได้ บาคาร่า

หมู่บ้านชิราคาวาโกะ ญี่ปุ่น หมู่บ้านมรดกโลก ใครเห็นแล้วต้องตกหลุมรัก

หมู่บ้านชิราคาวาโกะ

หมู่บ้านชิราคาวาโกะ ญี่ปุ่น หมู่บ้านมรดกโลก ใครเห็นแล้วต้องตกหลุมรัก

หมู่บ้านชิราคาวาโกะ หมู่บ้านมรดกโลก ใครเห็นแล้วต้องตกหลุมรัก

เที่ยวญี่ปุ่น หมู่บ้านชิราคาวาโกะ จังหวัดกิฟุ หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ได้รับการลงทะเบียนให้เป็นมรดกโลก และยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์และเอกลักษณ์ที่สวยงาม จนทำเอานักท่องเที่ยวประทับใจมานักต่อนัก

ชิราคาวาโกะ จังหวัดกิฟุ หมู่บ้านเล็ก ๆ ในหุบเขาที่ประเทศญี่ปุ่น ความพิเศษของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่ เป็นหมู่บ้านที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้านมรดกโลกจากองค์การ UNESCO ในปี ค.ศ. 1995 นอกเหนือไปจากทัศนียภาพที่สวยงามโดยรอบแล้ว นักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมภาพบ้านเรือนรูปร่างแปลกตาที่มีอายุเก่าแก่ร้อยปี ซึ่งกระจายตัวขนานไปกับแม่น้ำโชกาวะ ใครยังนึกภาพไม่ออกละก็ เราจะพาไปสำรวจหมู่บ้านชิราคาวาโกะกันแบบทุกซอกทุกมุม จนทำเอาคุณต้องอดอมยิ้มในความน่ารักและมีเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ไม่ได้เลยทีเดียวเชียว

ในภูเขาลึกที่ห่างไกลจากโตเกียวกว่า 350 กิโลเมตร มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้คนจำนวนมากจากทั่วโลกไปเยี่ยมเยียนกัน นั่นก็คือ ชิราคาวาโกะ จังหวัดกิฟุ ซึ่งมีทัศนียภาพงดงามจากหิมะที่ตกลงมาทับถมกันมากมายในฤดูหนาวนั่นเองค่ะ

ชิราคาวาโกะ หมายถึงบริเวณทั้งหมดที่ยังหลงเหลือบ้านเรือนแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ซึ่งเรียกว่าบ้านทรงกัสโชสึคุริ ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านชิราคาว่า จังหวัดกิฟุ โดยมีเอกลักษณ์อยู่ที่ทัศนียภาพบ้านเรือนหลังคาแบบคายาบุกิสีน้ำตาล (จะอธิบายทีหลัง) ที่เรียงรายกันหลายสิบหลัง

หมู่บ้านชิราคาวาโกะ

 

ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่แสดงถึงยุคสมัยสำคัญในประวัติศาสตร์มนุษยชาติจึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในที่สุด บ้านทรงกัสโชสึคุริที่พบในชิราคาวาโกะนั้นมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 300 ปีเลยทีเดียว

บ้านทรงกัสโชสึคุริ เป็นหนึ่งในรูปแบบสถาปัตยกรรมเก่าแก่ของญี่ปุ่น โดยมีเอกลักษณ์คือรูปร่างที่เหมือนกับการประสานมือหรือพนมมือจากการนำหลังคาแบบคายาบุกิมาต่อกันนั่นเอง การสร้างหลังคาให้มีความลาดชันอย่างมากเพื่อให้หิมะที่ตกลงมาทับถมกันหนักตกลงไปข้างล่างตามธรรมชาติ เพราะว่าในบริเวณโดยรอบชิราคาวาโกะมีหิมะตกหนักทุกปีเลยล่ะค่ะ

ในปัจจุบันเราสามารถพบเห็นบ้านทรงกัสโชสึคุรินี้ได้แค่ในชิราคาวาโกะและโกคายาม่า จังหวัดโทยาม่าเท่านั้น และด้วยเอกลักษณ์ความหายากนี้ทำให้เป็นเหตุผลสำคัญที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

คายาบุกิ คือวิธีการมุงหลังคาโดยใช้หญ้า เช่น หญ้าแพมพัส เป็นต้น หลังคาแบบคายาบุกิเป็นหลังคาแบบดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีต นับเป็นการมุงหลังคาที่ไม่ต้องใช้ตะปูเลยสักตัวเดียว ว่ากันว่าจะมีการมุงหญ้าทับ 30-40 ปีต่อครั้ง

และบ้านทรงกัสโชสึคุรินี้ก็ยังคงเป็นที่พักที่มีผู้คนพักอาศัยอยู่จริง และเป็นห้องจัดแสดงผลงานให้ผู้คนมาเยี่ยมชมแม้ในปัจจุบัน

บ้านไฮไลท์ในชิราคาวาโกะก็คือบ้านวาดะ บ้านวาดะนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาบ้านในชิราคาวาโกะทั้งหมด และเป็นบ้านทรงคุณค่าถึงขนาดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าที่นี่จะสร้างขึ้นมากว่า 300 ปีแล้ว แต่ในปัจจุบันก็ยังคงหลงเหลือสภาพในอดีตที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย

บ้านนี้ยังคงมีผู้คนอาศัยอยู่เหมือนในอดีต (ธันวาคม ปี 2015) ชั้น 1 และชั้น 2 มีการเปิดให้เยี่ยมชมเป็นปกติ เราจึงสามารถชมเครื่องเรือนและโบราณวัตถุที่ใช้กันมาหลายชั่วอายุที่บ้านวาดะนี้แบบใกล้ชิดได้เลยค่ะ

หมู่บ้านชิราคาวาโกะ

เสน่ห์ทั้ง 4 ฤดูกาล ไม่เพียงแค่ฤดูหนาวเท่านั้น

รูปภาพที่นำมาใช้กันบ่อย ๆ ในแผ่นพับการท่องเที่ยว มักจะเป็นสภาพที่หลังคามุงจากทับถมไปด้วยหิมะซะส่วนใหญ่ เมื่อพูดถึงชิราคาวาโกะแล้วจึงมีคนไม่น้อยเลยที่จินตนาการถึงแค่ฤดูหนาวเท่านั้น แต่ความจริงแล้วเราสามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่เปลี่ยนไปตามแต่ละฤดูกาลที่ชิราคาวาโกะได้เลยล่ะค่ะ

ในฤดูใบไม้ผลิ ดอกซากุระที่ร่วงหล่นลงมาจะแต่งแต้มสีสันด้านบนหลังคาทรงพนมมือให้กลายเป็นสีชมพูสวยงามมาก ในฤดูร้อน ต้นไม้ใบหญ้า รวงข้าวที่งอกงามและบ้านเรือนทรงพนมมือก็จะทำให้เราได้สัมผัสถึงพลังชีวิตของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ในฤดูใบไม้ร่วง ทั้งหมู่บ้านก็จะถูกย้อมไปด้วยสีสันของใบไม้แดงและใบไม้เหลืองสดใส และในฤดูหนาวเราก็จะสามารถชมทัศนียภาพชวนฝันของมวลหิมะที่ตกลงมาทับถมกันทั้งหมู่บ้านเลยล่ะค่ะ

และเนื่องจากในบริเวณรอบ ๆ ชิราคาวาโกะมีหิมะตกหนักทุกปี จึงมีการปิดถนนบางเส้นในฤดูหนาว ใครที่ตั้งใจว่าจะขับรถส่วนตัวหรือรถเช่าไปชิราคาวาโกะละก็ ขอแนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลการจราจรล่วงหน้าไว้ก็ดีนะคะ

ทัศนียภาพที่ตั้งอยู่ในหุบเขาลึกห่างไกลจากเมืองหลวง และมีบ้านเรือนเก่าแก่เรียงรายกันนับเป็นบรรยากาศชวนฝันจริง ๆ เลยค่ะ สำหรับใครที่อยากไปสัมผัสวิวทิวทัศน์ทรงคุณค่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ก็ต้องไปที่ชิราคาวาโกะกันให้ได้นะคะ บาคาร่า

เปิดบ้านของอ้าย “ไผ่ พงศธร” ที่ยโสธร ไม่ต้องหลังใหญ่หรูหรา แต่เรียบง่าย สุดอบอุ่น

เปิดบ้านของอ้าย

เปิดบ้านของอ้าย “ไผ่ พงศธร” ที่ยโสธร ไม่ต้องหลังใหญ่หรูหรา แต่เรียบง่าย สุดอบอุ่น

เปิดบ้านของอ้าย “ไผ่ พงศธร” ที่ยโสธร

เปิดบ้านของอ้าย เปิดบ้านของอ้าย
ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนนั้นก็มักจะรู้จักกับนักร้องศิลปินลูกทุ่งอย่าง “ไผ่ พงศธร” หรือประยูร ศรีจันทร์ กันเป็นอย่างดี

โดยไผ่ พงศธรนี้ถือเป็นนักร้องคุณภาพที่มีผลงานมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อาทิ คนบ้านเดียวกัน , ไม่มีข้อแม้ตั้งแต่เริ่มต้น , ถิ่มอ้ายไว้ตรงนี้ล่ะ , เป็นเพื่อนไม่ได้ หัวใจอยากเป็นแฟน

และมีผลงานการแสดงมากยิ่งขึ้นโดยเวลาว่างหลังจากที่เขากับจัดแสดงคอนเสิร์ตเขาก็มักจะไปที่บ้านเกิดในจังหวัดยโสธรเป็นประจำโดยกลับไป

สัมผัสชีวิตที่เรียบง่ายแบบดั้งเดิมในของตัวเองทานอาหารฝีมือคุณแม่ปั้นข้าวเหนียวกินหาปลาเผาปลาตามประสาคนบ้านทุ่งทั่วไป

ซึ่งถ้าหากใครเป็นแฟนไผ่พงศธรก็จะติดตาม Ig กันอยู่แล้วก็จะเห็นว่าไผ่ พงศธรจะมีการพูดถึงชีวิตที่เรียบง่ายที่บ้านเกิดของตัวเองและเขามักจะกล่าวถึงคุณพ่อโดยเสมอและภาพที่เห็นในไอจีส่วนใหญ่ก็จะเป็นภาพท้องวิวตามทุ่งนาที่เต็มไปด้วยพืชผักสวนครัวมากมายมีการปลูกผักหลากหลายชนิดทั้งมี ใบมะกรูด ใบโหระพา ใบแมงรักต้นหอม หรือแม้แต่ฟักทอง

ซึ่งบอกเลยว่าพืชผักเหล่านี้นั้นล้วนแต่มีประโยชน์ อยากจะกินเมื่อไหร่ก็เก็บมากินได้และทำอาหารได้ในทันที

เปิดบ้านของอ้าย

โดยในวันนี้ทางทีมงานนั้นก็จะพาทุกคนมาชมบ้านของ “ไผ่ พงศธร” กันซึ่งเป็นบ้านที่ตั้งอยู่ใน อ.กุดชุม จ.ยโสธร โดยบ้านหลังนี้นั้นรอบๆบ้านมีการปลูกพืชผักสวนครัวแบบปลอดสารพิษถึงแม้จะดูไม่หรูหราเท่าบ้านศิลปินคนอื่นแต่ก็บอกเลยว่าเป็นบ้านที่น่าอยู่และอบอุ่นเป็นอย่างมาก บาคาร่า

หนุ่มโพสต์ภาพสุดเดือด เล่าเรื่องราวถูกเมียทิ้ง แถมยังทิ้งลูกไว้ไม่ใยดี

หนุ่มโพสต์ภาพสุดเดือด

หนุ่มโพสต์ภาพสุดเดือด เล่าเรื่องราวถูกเมียทิ้ง แถมยังทิ้งลูกไว้ไม่ใยดี

หนุ่มโพสต์ภาพสุดเดือด

หนุ่มโพสต์ภาพสุดเดือด
นับว่าเป็นเรื่องราวที่มีคนกล่าวถึงอย่างมากบนโลกโซเชียลในขณะนี้ เมื่อมีหนุ่มคนหนึ่งใช้เฟสบุ๊กชื่อว่า Chaiwat Mongson ได้ออกมาโพสต์เล่าเรื่องราวสุดชอกช้ำใจว่า รักแท้..แพ้คนรวย วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องความรักของผมให้ทุกคนฟัง ผมคบกับผู้หญิงคนนึ่ง หกปี รักกันมาก (คิดไปเองป่าวไม่รู้) มีลูกด้วยกัน2คน คนโตลูกติดแม่ คนเล็กลูกผม ครอบครัวผมดูท่าทีก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรกัน ดูรวมๆเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ผมไว้ใจเธอมาก เพราะให้เธอเลี้ยงลูกอยู่บ้านตั้งแต่ตั้งท้องคนเล็ก

แต่มาวันนึง พอลูกเริ่มเข้าโรงเรียนได้ ผมได้ให้เธอไปทำงาน ก็ราบลื่นดี ผ่านมาเข้าเดือนที่สาม ผมได้ทะเลาะกับเธอเรื่อง มีมือที่สามมาบอกรักในไลน์กลุ่มที่ทำงาน ผมก็เกิดความหึงหวง ระแวง ขอดู โทรศัพท์เธอ เธอก็ไม่ให้ดู ยิ่งทำให้ผมระเเวงไปใหญ่ ทะเลาะจนบานปลายถึงขั้นแยกบ้านกันอยู่

เธอได้ไปอยู่บ้านหลังใหม่(10ก.ค.62) ระหว่างนั้นผมก็ยังตามไปง้อทำทุกวิถีทางแต่ก็ไม่สำเร็จ จนเธอลำคาน ถึงขั้นแจ้งความ(7ส.ค.62)จากนั้น ผมหยุดง้อเทอ ลองปล่อยเธออยู่เเบบเงียบๆสักพัก แล้วเรื่องจิงก็ปรากฏ เธอได้ถ่ายรูปนอนบนเตียงกับผู้ชาย( 17ส.ค.62)และอีกรูปประมาน(21ส.ค.62)แต่รูปที่ลงคือเฟสบุ๊กผู้ชาย ผมพึ่งมารู้ความจริงว่าเขาคบกัน(27ส.ค.62)เพราะโพสต์ครั้งนี้แท๊กกัน เลยรู้ความจริง มีมือที่สามจริงๆไม่ใช่คนอื่นไกล แต่เป็นรุ่นน้องที่สนิทกับผม ย้ำสนิทกัน ช๊อคคับ แอบกินกันตอนอยู่กับผมหรือป่าวไม่รู้และย้อนกลับไปวันที่ย้ายบ้าน ผู้ชายคนนี้ก็เป็นคนมาช่วยขนของ(มารู้ทีหลัง) และตอนนี้ สองคนนี้ก็ได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ที่บ้านผู้ชาย โดยไม่มีการติดต่อมาถามเรื่องลูกเลยสักครั้ง

ผมไม่ได้อะไร ถือว่าผมโชคดีที่ได้เอาคนแบบนี้ออกจากชีวิตผมไป แต่ที่ผมเสียใจคือมึงไม่คิดถึงลูกในใส้มึงเลย ปากบอกว่ารักลูก การกระทำไม่ใช่ หมามันมีลูกมันยังรักลูก ผมไม่ได้อะไร แต่รับการกระทำของผู้หญิงไม่ได้ ทิ้งกูได้ อย่าทิ้งลูก ที่ผมเอาลูกมาเลี้ยงเองเพราะแบบนี้แหละ กลัวมันทิ้งลูกผมผมไม่ได้ประจาน แต่อยากให้รู้สันดารคน เขาเอาผมไปเล่าให้คนอื่นฟังยังไงผมไม่รู้ ที่ผมพูดแค่ส่วนนึง บาคาร่า

เคล็ดลับดูแลฟันไม่ให้ผุ ทำได้แค่ 3 ขั้นตอนแบบง่ายๆ

เคล็ดลับดูแลฟันไม่ให้ผุ

เคล็ดลับดูแลฟันไม่ให้ผุ ทำได้แค่ 3 ขั้นตอนแบบง่ายๆ

เคล็ดลับดูแลฟันไม่ให้ผุ

เคล็ดลับดูแลฟันไม่ให้ผุ ทำได้แค่ 3 ขั้นตอนแบบง่ายๆ

เป็นอีกหนึ่งบทความที่การดูแลสุขภาพปากและฟันนั้นเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้ส่วนอื่น ๆ เลยด้วย การแปรงฟันที่ถูกวิธีก็สำคัญเช่นกัน เราต่างเคยรู้วิธีการแปรงมาตั้งแต่ยังเล็กๆ แล้ว แต่บทความนี้พิเศษกว่านั้นเป็น เคล็ดลับดูแลฟันไม่ให้ผุ แบบง่ายแสนง่ายเพียง 3 ขั้นตอนเท่านั้นเอง ซึ่งได้รับการแนะนำจากทันตเเพทย์ญี่ปุ่น เลยนะ อยากให้ลองทำกันดูจะยืดอายุฟันได้เยอะขึ้นเลยด้วย

เคล็ดลับดูแลฟันไม่ให้ผุ

3 เคล็ดลับการดูแลฟันให้แข็งแรง

1. เวลาจะแปรงฟันให้เอายาสีฟันใส่แปรงแบบไม่ต้องใส่น้ำบนแปรงก่อน ให้เอายาสีฟันป้ายลงไปเลย เพราะถ้าหากแปรงมีน้ำจะทำให้ยาสีฟัาละลายเร็ว ระยะเวลาการแปรงสั้นลง แต่พอแปรงแบบที่ไม่ต้องใส่น้ำก่อนนั้นจะทำให้แปรงสะอาดขึ้น

2. ใช้น้ำในการแปรงฟันเพียง 15 มิลลิลิตรเท่านั้น หากใช้น้ำบ้วนปากมากเกินไปจะทำให้สารที่เคลือบฟันอยู่นั้นหลุดไปด้วย และการที่ใช้ยา สีฟันคุณภาพดีแค่ไหนมาดูแลฟันก็จะถูกล้างออกไปหมดเลย ฉะนั้นเวลาแปรงฟันจะแบ่งน้ำใช้ครั้งละ 5 มิลลิลิตรเท่านั้นแปรงฟันให้จบภายในการใช้น้ำเพียงเท่านี้จะทำให้สุขภาพปากและฟันดีขึ้น

3. ทานอาหารเสร็จแล้วให้เคี้ยวชีสตามไปด้วย เพราะว่าเป็นการปรับสมดุลในปากของเรานั้นเวลาทานข้าว ทานอาหารก็จะเกิดการเป็นกรด ขึ้นพอชีสเป็นด่าง พอมาเจอกันในปากก็มีความสมดุลกัน ลดการเกิดฟันผุได้

มันอาจจะดูเป็นเคล็ดลับที่ค่อนข้างแปลกเหมือนกันนะ แต่ว่าใช้ได้จริง ช่วยให้ลดฟันผุได้จริง ถ้าใครอยากรู้ว่าช่วยได้เยอะมากแค่ไหนก็ลองทำดูนะ ไม่ได้ยากอะไรนัก โดยเฉพาะใครที่ชอบเอาน้ำใส่แปรงก่อน อยากให้ลองเปลี่ยนมาเป็นการใส่ยาลงในแปรงได้เลย อย่างน้อยก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยลดฟันผุได้ และก็พยายามลดอาหาร เครื่องดื่มที่จะทำให้ฟันผุด้วยนะ

บาคาร่า

ประวัติความเป็นมาของภาคใต้เรา ที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน

ประวัติความเป็นมาของภาคใต้เรา

ประวัติความเป็นมาของภาคใต้เรา ที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน

ประวัติความเป็นมาของภาคใต้เรา

ประวัติความเป็นมาของภาคใต้เรา

ภาคใต้เป็นแหลมยาวยื่นไปในทะเล มีทะเลขนาบทั้ง 2 ด้าน ทำให้มีพื้นที่เปิดสู่ทะเลที่ 2 ด้าน คือ ฝั่งอ่าวไทย ทะเลจีนใต้ มหาสมุทรแปซิฟิกและฝั่งทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดียระดับความลึกของฝั่งทะเลและแนวกำบังคลื่นลมจากหมู่เกาะใหญ่น้อยเอื้อต่อการเป็นเมืองท่า จึงมีผู้คนต่างชาติต่างภาษามาตั้งหลักแหล่งผสมผสานกับประชาชนพื้นเมืองเดิม เช่น มลายู อาหรับเปอร์เซีย อินเดียใต้ ชวา และชาวจ้วง ดังปรากฎหลักฐานการเป็นจุดแลกเปลี่ยนและสังคมทางวัฒนธรรมที่หลากหลายมาจนทุกวันนี้
ประวัติของชื่อที่เรียกดินแดนภาคใต้ ดินแดนในอาณาบริเวณภาคใต้เคยมีชื่อเรียกแตกต่างกันตามยุคสมัยและภาษาของผู้เรียก แต่ยังไม่มีข้อยุติว่าที่ตั้งและอาณาเขตที่แ ท้จริ งจะกว้างหรือแคบกว่าอาณาบริเวณที่เป็นภาคใต้ และบางชื่อก็เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่ในดินแดนภาคใต้ เช่น มลยทวีป ยมทวีป สุวรรณทวีปและสุวรรณภูมิ
การเรียกชื่ออาณาบริเวณภาคใต้ที่ปรากฏในเอกสารของไทย พบว่า ในพระราชกำหนดเก่าในสมัยกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ.1085) เรียกว่า “ปากใต้ ” พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับหลวงประเสริฐ เรียกว่า “ปักใต้” ในกฎหมายตราสามดวงส่วนใหญ่ใช้ “ปากใต้” ส่วนรูปคำเขียนที่เป็น “ปักษ์ใต้” เท่าที่ค้นพบในขณะนี้ปรากฏในตำนานพราหมณ์เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งแต่งเสร็จในปี พ.ศ. 2277 ในสมัยรัชกาลที่ 1 – 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์มักใช้ “ปากใต้” และ “ปักใต้” โดยเฉพาะในประกาศต่างๆ ของรัชกาลที่ 4 ล้วนใช้เป็น “ปากใต้”
ส่วนคำว่า “ภาคใต้” เริ่มนำมาใช้ในทางปกครองตั้งแต่รัชกาลที่ 6 โดยมีที่ทำการภาคอยู่ที่จังหวัดสงขลา และหลังจากการเปลี่ ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ได้มีการยุบมณฑลทั้งหมดในปลายปี 2476 หน่วยราชการในกระทรวง ทบวงกรมต่างๆ ได้มีการตั้งหน่วยงานเพื่อบริหารราชการในระดับภาคขึ้น หลังจากนั้นคำว่า “ภาคใต้” จึงเรียกใช้กันอย่างแ พร่หลาย

ประวัติความเป็นมาของภาคใต้เรา

วิถีความเป็นอยู่ จากหลักฐานทางโบราณคดีแส ดงให้เห็ นว่า คนในภาคใต้ยุคก่อนประวัติศาสตร์ยังชีพด้วยการล่าสัตว์ จับสัตว์น้ำและเก็บพืชพรรณต่างๆ มาเป็นอาหารรู้จักทำภาชนะดินเผาใส่อาหาร ใช้ไฟหรือความร้อนในการปรุงอาหาร รู้จักการหลอมและหล่อโลหะเป็นเครื่องมือเครื่องใช้โลหะ ซึ่งนักโบราณคดีสันนิษฐานว่ามีชุมชนเกษตรกรรมที่ก้าวหน้า มีการพัฒนาด้านโลหะกรรม ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 1-6 นอกจากนี้ยังรู้จักทำเครื่องนุ่งห่มจากหนังสัตว์และจากเปลือกไม้ เมื่อประมาณ 6,500 – 5,000ปีมาแล้ว
สำหรับความสัมพันธ์ทางสังคมน่าจะเน้นหนักที่ความสัมพันธ์ภายในกลุ่มเดียวกันเป็นหลัก เพราะสังคมภาคใต้ก่อนยุคประวัติศาสตร์มีลักษณะของสังคมเผ่าชนที่อยู่กันเป็นกลุ่ม อาจจะมีความสัมพันธ์หรือติดต่อกับคนต่างกลุ่มบ้าง
ทางด้านความเชื่ อ นักโบราณคดีเชื่ อว่า คนภาคใต้ก่อนยุคประวัติศาสตร์อาจมีพิธีกรรมทางไ สยศ าสตร์เกี่ยวกับการนับถือบุคลาธิษฐานหรือชีวิตศักดิ์สิทธิ์ (Totemism) ซึ่งอยู่ในรูปสัณฐานของสัตว์บางชนิดหรือพิธีกรรมเพื่อเพิ่มปริมาณการล่าสัตว์มาเป็นอาหาร โดยการเขียนภาพเป็นสื่ อดังที่ปรากฏในภาพเขียนบนผนังถ้ำและเพิงผาหลายแห่งในภาคใต้

ประวัติความเป็นมาของภาคใต้เรา

การเข้ามาของศาสนาและชนชาติต่างๆ ในภาคใต้ มีอิทธิพลต่อความคิดและความเชื่อของคนภาคใต้ ทำให้ผู้คนและสังคมภาคใต้มีเอกลักษณ์ที่เด่นชัด อันสะท้อนให้เห็นถึงสังคมและวัฒนธรรมของภาคใต้ในปัจจุบัน
สังคมไทยทุกภาครวมทั้งภาคใต้ถึงจุดเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมอีกครั้งเมื่อไทยเริ่มประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 เป็นต้นมา ประเทศไทยมีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศมากขึ้น ทำให้กระแสของอารยธรรมตะวันตกหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทยมาก ส่งผ ลให้วิถีชีวิตของคนในภาคใต้ต้องเปลี่ยนแปลงและเกิดผ ลกระท บต่างๆ ตามมามากมาย

ประวัติความเป็นมาของภาคใต้เรา

สังคมและชุมชนภาคใต้มีพัฒนาการที่ยาวนาน ซึ่งจากหลักฐานทางโบราณคดีและประวัติ-ศาสตร์ พอจะสันนิษฐานได้ว่าคนพื้นที่ภาคใต้ยุคก่อนประวิตศาสตร์อาศัยอยู่ในถ้ำบริเวณป่าเขาและบนเกาะต่างๆ รวมทั้งที่ราบตามริมฝั่งน้ำ ยังชีพโดยการล่ าสัตว์ จับสัตว์น้ำและหาของป่า รู้จักการทำภาชนะ เครื่องมือและเครื่องนุ่งห่ม มีความเ ชื่ อในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเคารพภูต ผี

ประวัติความเป็นมาของภาคใต้เรา
ต่อมาในยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์เริ่มก่อตั้งเป็นชุมชนถาวรมากขึ้นและเริ่มมีการติดต่อกับชาวต่ างช าติ เช่น อินเดีย อาหรับ-เปอร์เชีย และจีน เพราะคาบสมุทรมลายูซึ่งเป็นที่ตั้งของภาคใต้อุดมสมบูรณ์ด้วยเครื่องเทศ ไม้หอมและของป่าต่างๆ ทำให้ชุมชนบางแห่งพัฒนาเป็นชุมชนเมืองท่า และได้รับอิ ทธิพ ลด้านวัฒนธรรมจากชาติที่เข้ามาติดต่อ โดยเฉพาะทางด้านศาสนา พร้อมกันนั้นมีกลุ่มชนบางกลุ่มได้เข้ามาตั้งถิ่นฐาน จึงทำให้โครงสร้างสังคมภาคใต้ประกอบด้วยคนไทยพุทธ ไทยมุสลิมและกลุ่มคนจีน ซึ่งสังคมภาคใต้ได้มีการพัฒนา จนสมัยรัชกาลที่ 4 ได้ทำสัญญาเบาว์ริ่งกับประเทศตะวันตกทำให้ลักษณะเศรษฐกิจเปลี่ยนจากยังชีพเป็นการผลิตแบบการค้ า
จุดเปลี่ยนที่สำคัญทางเศรษฐกิจและสังคมอีกครั้ง คือ เมื่อมีการใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทำให้กระแสของอารยธรรมตะวันตกหลั่งไหลเข้ามามาก ส่งผลให้วิถีชีวิตของคนภาคใต้เปลี่ยนแปลงไป มีการอพยพเข้าทำงานในตัวเมืองเป็นการผลิตเพื่อการจำหน่าย ครอบครัวมีขนาดเล็ก การช่วยเหลือเปลี่ยนจากการช่วยแรงงานเป็นช่วยด้วยเงิน การเปลี่ยนแปลงทางเศร ษฐกิจและสังคมรวมทั้งการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ ทำให้ความเชื่อเกี่ยวกับพิธีกรรมและประเพณีลดความเข้มข้นลง

การแต่งกายภาคใต้ ภาคนี้มีการแต่งกายต่างกันตามเชื้อชาติ ถ้าเชื้อสายจีนจะแต่งแบบจีน ถ้าเป็นชาวมุสลิม ก็จะแต่งคล้ายกับชาวมาเลเซีย ปัจจุบันแหล่งทำผ้าแบบดั้งเดิมนั้นเกือบจะสู ญห ายไป คงพบได้เฉพาะ 4 แหล่งเท่านั้นคือ ที่ตำบลพุมเรี้ยง จังหวัดสุราษฎร์ธานี , อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช , เกาะยอ จังหวัดสงขลา และตำบลนาหมื่นศรี จังหวัดตรัง การแต่งกายนั้นแตกต่างกันในการใช้วัสดุ และรูปแบบโดยมีเอกลักษณ์ไปตามเชื้อชาติ ของผู้คนอันหลากหลายที่เข้ามาอยู่อาศัยในดินแดนอันเก่าแก่แห่งนี้พอจำแนกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ดั งนี้

1. กลุ่มเชื้อสายจีน – มาลายู เรียกชนกลุ่มนี้ว่ายะหยา หรือ ยอนย่า เป็นกลุ่มชาวจีน เชื้อสายฮกเกี๊ยนที่มาสมรสกับชนพื้นเมืองเชื้อสายมาลายู ชาวยะหยาจึงมีการแต่งกายอันสวยงาม ที่ผสมผสาน รูปแบบของชาวจีนและมาลายูเข้าด้วยกันอย่างงดงาม ฝ่ายหญิงใส่เสื้อฉลุลายดอกไม้ รอบคอ,เอว และปลายแขนอย่างงดงาม นิยมนุ่งผ้าซิ่นปาเต๊ะ ฝ่ายชายยังคงแต่งกาย คล้ายรูปแบบจีนดั้งเดิมอยู่

2. กลุ่มชาวไทยมุสลิม ชนดั้งเดิม ของดินแดนนี้นับถือศาสนาอิสลาม และมี เชื้อสายมาลายู ยังคงแต่งกายตามประเพณี อันเก่าแก่ฝ่ายหญิงมีผ้าคลุมศีรษะ ใส่เสื้อผ้ามัสลิน หรือลูกไม้ตัวยาวแบบมลายูนุ่งซิ่นปาเต๊ะ หรือ ซิ่นทอแบบมาลายู ฝ่ายชายใส่เสื้อคอตั้ง สวมกางเกงขายาว และมีผ้าโสร่งผืนสั้น ที่เรียกว่า ผ้าซองเก็ต พันรอบเอวถ้าอยู่ บ้านหรือลำลองจะใส่โสร่ง ลายตารางทอด้วยฝ้าย และสวมหมวกถักหรือ เย็บด้วยผ้ากำมะหยี่

3. กลุ่มชาวไทยพุทธ ชนพื้นบ้าน แต่งกายคล้ายชาวไทยภาคกลาง ฝ่ายหญิงนิยมนุ่งโจงกระเบน หรือ ผ้าซิ่นด้วย ผ้ายกอันสวยงาม ใส่เสื้อสีอ่อนคอกลม แขนสามส่วน ส่วนฝ่ายชายนุ่งกางเกงชาวเล หรือ โจงกระเบนเช่นกัน สวมเสื้อผ้าฝ้ายและ มีผ้าขาวม้าผูกเอว หรือพาดบ่าเวลาออกนอกบ้านหรือไปงานพิธี กลับหน้า

บาคาร่า

คนจน ทำบุญมากกว่า พวกคนรวยอีก

คนจน

คนจน ทำบุญมากกว่า พวกคนรวยอีก

คนจน ทำบุญมากกว่า พวกคนรวยอีก

คนจน
ผลสำรวจอีไอซี ใช้จ่ายการกุศล ปี 60 “1.3 แสนล้าน”
แบงก์ไทยพาณิชย์เจาะลึกตัวเลขครัวเรือนไทยปี 52-60 พบคนไทยใจบุญ โดยครัวเรือนไทย ร้อยละ 96 ใช้จ่ายเพื่อการกุศลผลจากหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น-รายได้ลดลง โดยคนมีรายได้ปานกลางทำบุญลดลง ขณะที่คนมีรายได้น้อย และคนต่างจังหวัดทำบุญมากกว่าคนรวย-คนกรุงเทพฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 2 ก.ย.ว่า ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรืออีไอซี ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมครัวเรือนไทยในปี 2552-2560 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ร้อยละ 96 ของครัวเรือนไทยทั้งหมดมีรายจ่ายเพื่อการกุศล คือมีสมาชิกในครัวเรือนอย่างน้อย 1 คนที่มีรายจ่ายเพื่อการกุศลตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไปภายในระยะเวลา 1 ปี โดยรายจ่ายในส่วนนี้ประกอบไปด้วย ค่าอาหาร ของถวายพระ ไหว้เจ้า และเงินทำบุญและการซื้อของให้แก่องค์กรต่างๆ ทั้งนี้ มูลค่าของรายจ่ายเพื่อการกุศลรวมทั้งประเทศในปี 2560 อยู่ที่ประมาณ 130,000 ล้านบาท หรือ 6,200 บาทต่อครัวเรือนต่อปี เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.8 จากปี 2552 อยู่ที่ประมาณ 94,000 ล้านบาท หรือ 5,000 บาทต่อครัวเรือนต่อปี

ทั้งนี้ สัดส่วนของรายจ่ายเพื่อการกุศลต่อรายได้ครัวเรือนโดยเฉลี่ยลดลง จากร้อยละ 2.8 ต่อรายได้ครัวเรือนในปี 2552 มาอยู่ที่ร้อยละ 2.6 ในปี 2560 โดยเป็นการลดการใช้จ่ายลงของครัวเรือนในทุกระดับชั้นรายได้ ซึ่งครัวเรือนรายได้ปานกลางมีอัตราการลดลงมากที่สุด ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากภาระหนี้ครัวเรือนต่อรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ครัวเรือนมีแนวโน้มลดสัดส่วนการใช้จ่ายลง โดยเฉพาะส่วนที่เป็นรายจ่ายไม่ประจำ

สำหรับครัวเรือนรายได้น้อยมีสัดส่วนรายจ่ายเพื่อการกุศลต่อรายได้มากกว่า แม้ครัวเรือนไทยจะทำบุญตามกำลังทรัพย์ที่มี (รายได้มากทำมาก รายได้น้อยทำน้อย) แต่เมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนของรายจ่ายเพื่อการทำบุญต่อรายได้ระหว่างครัวเรือนในระดับรายได้ต่างๆแล้ว พบว่าครัวเรือนรายได้น้อยมีสัดส่วนรายจ่ายเพื่อการกุศลต่อรายได้สูงกว่า โดยในปี 2560 คนรายได้สูงร้อยละ 10 แรกมีสัดส่วนรายจ่ายเพื่อการกุศลอยู่ที่ร้อยละ 1.4 ขณะที่ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยที่สุดร้อยละ 10 มีสัดส่วนดังกล่าวอยู่ที่ร้อยละ 5.1 ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ดังกล่าวเกิดขึ้นทั้งในระดับประเทศ และระดับภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลชุดเดียวกันนี้ อีไอซีทำการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้จ่ายกับพฤติกรรมในด้านอื่นๆ โดยมีการควบคุมปัจจัยด้านรายได้ อายุ และช่วงเวลา พบลักษณะที่น่าสนใจระหว่างการใช้จ่ายเพื่อการกุศลกับพฤติกรรมในด้านอื่นๆ ในช่วงปี 2552-2560

ดังต่อไปนี้ 1.ครัวเรือนในต่างจังหวัดมีรายจ่ายเพื่อการกุศลมากกว่าครัวเรือนในกรุงเทพฯ โดยสัดส่วนรายจ่ายเพื่อการกุศลต่อรายได้ของครัวเรือนในต่างจังหวัดอยู่ที่ร้อยละ 2.8 ขณะที่สัดส่วนของครัวเรือนในกรุงเทพฯ อยู่ที่ร้อยละ 1.3

2.ครัวเรือนที่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรมีรายจ่ายเพื่อการกุศลมากกว่าครัวเรือนนอกภาคเกษตร โดยครัวเรือนที่มีรายได้จากการประกอบอาชีพในภาคเกษตร สัดส่วนรายจ่ายเพื่อการกุศลต่อรายได้จะอยู่ที่ร้อยละ 3.3 ขณะที่ในส่วนของครัวเรือนนอกภาคเกษตรจะอยู่ที่ร้อยละ 2.5

3.ครัวเรือนที่มีผู้สูงอายุจะมีรายจ่ายเพื่อการกุศลมากกว่าครัวเรือนที่ไม่มีผู้สูงอายุ โดยครัวเรือนที่มีสมาชิกในครัวเรือนอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปอย่างน้อย 1 คน จะมีสัดส่วนรายจ่ายเพื่อการกุศลอยู่ที่ร้อยละ 3.2 ต่อรายได้ ขณะที่ครัวเรือนที่ไม่มีผู้สูงอายุจะมีสัดส่วนของรายจ่ายดังกล่าวอยู่ที่ร้อยละ 2.3

4.ครัวเรือนที่หัวหน้าครอบครัวมีการศึกษาสูงกว่าจะมีรายจ่ายเพื่อการกุศลน้อยกว่า โดยครัวเรือนที่หัวหน้าครอบครัวมีระดับการศึกษาตั้งแต่ปริญญาตรีขึ้นไปจะมีสัดส่วนรายจ่ายเพื่อการกุศลอยู่ที่ร้อยละ 1.7 ต่อรายได้ ขณะที่ครัวเรือนที่หัวหน้าครัวเรือนมีระดับการศึกษาต่ำกว่านั้น สัดส่วนดังกล่าวจะอยู่ที่ร้อยละ 2.8 และ

5.ครัวเรือนที่มีรายจ่ายเพื่อการซื้อสลากกินแบ่งจะมีรายจ่ายเพื่อการกุศลมากกว่าเล็กน้อย โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 2.7 ต่อรายได้ ขณะที่ครัวเรือนที่ไม่มีการใช้จ่ายในสลากกินแบ่ง จะใช้จ่ายเพื่อการกุศลที่ร้อยละ 2.6 ต่อรายได้ บาคาร่า

รปภ เฝ้าโรงงานมา 35 ปี รู้สึก แปลกใจจึงเดินเข้ๅไปตรวจ

รปภ

รปภ เฝ้าโรงงานมา 35 ปี รู้สึก แปลกใจจึงเดินเข้ๅไปตรวจ

รปภ

ชายคน หนึ่งทำงานที่โรงงานผลิตเนื้อสัตว์แปรรูป วันหนึ่งหลังเลิกงาน เขาเข้าไปในห้องเย็นแช่แข็งเพื่อเข้าไปดูความเรียบร้อยอะไรบางอย่าง ด้วยความโชคร้าย ประตูห้องเย็นปิด และ เขาถูกขังอยู่ภายใน ถึงแม้ว่าเขาจะตะโกนและเคาะประตู ก็ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา คนงานส่วนใหญ่กลับบ้านไปแล้ว

รปภ

5 ชม.ต่อมา ขณะที่เขาเริ่มหมดหวังและนอนรอความต า ย พนักงานรั กษ าความปลอดภัยของบริษัทได้เปิดประตูมาช่วยเขาได้ทัน เขาถามผู้มาช่วยเหลือว่า ทำไมถึงมาเปิดประตูให้เขาได้

พนักงานผู้ นั้นตอบว่า “ผมทำงานโรงงานนี้มา 35 ปีแล้ว พนักงานหลายร้อยคนเข้าและออกโรงงานทุกวัน คนส่วนใหญ่มองผมเหมือนไม่มีตัวตน แต่คุณเป็นหนึ่งไม่กี่คนที่ทักทายผมทุกวันในตอนเช้า กล่าวลาผมตอนกลับบ้าน แล้วพูดว่า พบกันใหม่พรุ่งนี้

ผมมีความสุข ที่ได้รับคำทักทายทุกวัน เพราะคุณทำให้ผมรู้สึกว่าฉันมีตัวตน และวันนี้ก็เหมือนทุกวัน ได้ทักทายในตอนเช้า แต่จนดึกแล้วผมก็ยังไม่ได้ยินเสียงกล่าวลาของคุณ ผมรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างผิดปกติ จึงตามหาตามที่ต่าง จนกระทั่งได้พบคุณในที่สุดครับ”

บทเรียนสำคัญจากเรื่องนี้
จงอ่อนน้อม ถ่อมตัว ให้ความรัก ความนับถือกับผู้คนรอบตัวคุณ เพราะว่า ชีวิตนี้สั้นนัก สิ่งที่เรากระทำอาจมีผลต่อผู้คนเหล่านั้น ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งโดยที่เราอาจคาดไม่ถึง บาคาร่า

เอ้ ชุติมา เดือด ขอเคลียร์ข่าวเปย์แฟนเด็กจนถังแตก

เอ้

เอ้ ชุติมา เดือด ขอเคลียร์ข่าวเปย์แฟนเด็กจนถังแตก

เอ้ ชุติมา เดือด ขอเคลียร์ข่าวเปย์แฟนเด็กจนถังแตก

หลังจากที่มีเพจออกมาเขียนแฉว่ามีดาราในวงการที่มีแฟนเด็ก ตอนนี้ถังแตกติดหนี้เพื่อนในวงการบันเทิงไปทั่วเพราะเอาเงินไปเปย์แฟนเด็กจนหมด ซึ่งหลายคนมองว่าเป็น เอ้ ชุติมา ซึ่งล่าสุด เจ้าตัวได้มาออกรายการ คุยแซ่บShow เลยขอเคลียร์ข่าวเม้าท์ข่าวลือนี้ โดยเจ้าตัวเผยว่า

 เอ้

มีเพจเขียนว่าเปย์แฟนจนถังแตก?
พูดแล้วหัวหัวร้อน ธรรมะบำบัดไม่ได้ พูดเรื่องนี้แล้วโกรธมาก เพจมาลงว่าเราเปย์แฟนจนถังแตก อยากจะบอกว่าคนที่เขียนเพจและเมนต์ต่อๆ กันมา สมองคนเรามีไว้อย่าเอามาคั่นหูอย่างเดียว ต้องคิดตามด้วย เป็นคนตรงมาก แต่ไม่ใช่นักเลงคีย์บอร์ดอยู่แต่ข้างหลังแล้วมาด่าคนอื่น ข่าวพวกเราในวงการบันเทิง มันมีจริงนิดหน่อยที่เหลือเติมเป็นร้อยเป็นพันทำให้เราเสียหายได้

แล้วทำไมพวกเราต้องทน หาว่าเปย์แฟน เปย์อะไรคะ เค้าเรียนแค่ราชภัฏพระนครธรรมดา หมื่นกว่าบาทพ่อแม่เค้าก็จ่าย พ่อเค้าเป็นตำรวจ เค้าก็เบิกได้ ส่วนกินพี่เอ้ไม่ได้บ้าแบรนด์เนม ไม่ติดหรูกินข้างทางได้หมด กินง่ายอยู่ง่าย ไม่จำเป็นต้องเปย์แฟน ก็ยังมีงานเยอะแยะ เราไม่ได้ทำตัวเหลวไหล

ไม่ได้ถังแตกเป็นหนี้เป็นสิน ในเพจเขียนว่าเราเป็นหนี้ไปขอยืมเงินเพื่อนในวงการเต็มไปหมดเลย ถามว่าถ้าเป็นอย่างนั้นจะอยู่ในวงการถึง 34 ปีเหรอคะ สมองมีมั้ย สาระแนไม่รู้เรื่อง

คบกันมากี่ปีแล้ว?
คบมา 3 ปีกว่า น้องเค้าเป็นข่าวเราก็สงสารเค้านะ ก็ถามว่าตัวเองยังเด็กอยู่ เห็นข่าวแล้วรู้สึกยังไง แต่โชคดี น้องเค้าโนสนโนแคร์ เป็นคนไม่ตามข่าว เพราะเป็นเรื่องปกติ อยู่ในวงการบันเทิง มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียด เราก็อยู่ของเราไป สบายๆ

แฟนหล่อ อายุห่างกัน 30 กว่าปี มีเรื่องสาวๆ เข้ามามั้ย?
เป็นเรื่องปกติ ก็มีสาวๆ มารุมบ้าง แต่รุมแล้วก็ควรจะให้เกียรติเราด้วย เดี๋ยวนี้ชะนี้กล้าไปดักรอผู้ชายหน้าห้องน้ำ ผู้ชายเดินเข้าเดินออก ลูบก้นลูบไอ้นั้นไอ้นี้เค้า เรายังอาย เธอไม่อายเหรอ เวลาเจอแบบนี้ก็สะกิดบอกว่านี่แฟนพี่ ทำแบบนี้มันดูไม่ดี แล้วก็มองหน้า บอกว่ากระดูกคนละเบอร์เข้าใจมั้ยคะ

ไม่พูดลับหลังด้วย พูดต่อหน้า ว่าทำไมชอบคนอายุเยอะ แก่ๆ ล่ะ ทำไมไม่ชอบเด็กๆ ชะนีเดี๋ยวนี้มันแรด เป็นบางคนนะ เดี๋ยวมาตามด่าในเพจอีก ก็บอกไปว่า ถึงจะแก่แต่ก็แซ่บเวอร์ค่ะ
บาคาร่า

ดราม่าอีกแล้ว ชาวเน็ตคอมเมนต์เดือด หลัง สงกรานต์ ช่วยโปรโมทละคร แมท ภีรนีย์

ดราม่าอีกแล้ว

ดราม่าอีกแล้ว ชาวเน็ตคอมเมนต์เดือด หลัง สงกรานต์ ช่วยโปรโมทละคร แมท ภีรนีย์

ดราม่าอีกแล้ว ชาวเน็ตคอมเมนต์เดือด

ดราม่าอีกแล้ว
ทำอะไรก็โดนจับตามองไปหมด สำหรับคู่ของ หนุ่มสงกรานต์ เตชะณรงค์ และนางเอกสาว แมท ภีรนีย์ ที่ล่าสุดฝ่ายชายอุตส่าห์ช่วยหวานใจโพสต์โปรโมทละคร “ลิขิตรักข้ามดวงดาว” ที่ใกล้จะลงจอออนแอร์ในเร็วๆ นี้ ลงในอินสตาแกรม @songkarn_tae โดยหนุ่สงกรานต์ได้โพสต์ทีเซอร์ละครเรื่องดังกล่าว เขียนแคปชั่นว่า “จากซีรีส์เกาหลีสุดฮิตสู่ละครรักโรแมนที่คุณจะฟิน ลิขิตรักข้ามดวงดาว My love from another star นายต่างดาว อชิระ กับสาวซุปเปอร์สตาร์ ฟ้ารดา ดูสดฟินสุด ทุกตอนพร้อมกัน ช่อง3 กด33 นี้ ”

ดราม่าอีกแล้ว
แต่มิวายยังโดนดราม่า เพราะหลายคนเข้ามาคอมเมนต์ว่าจะไม่ดูละครเรื่องนี้ บ้างก็บอกว่าดูแล้วไม่อิน บางคนก็บอกว่าชอบละครเรื่องนี้แต่เป็นเวอร์ชั่นนี้ขอบายไม่ดูดีกว่า

ดราม่าอีกแล้วดราม่าอีกแล้วดราม่าอีกแล้ว
นอกจากนี้ยังมีคนคอมเมนต์เปรียบเทียบว่าทีเมื่อก่อนอดีตภรรยา “แอฟ ทักษอร” มีละครยังไม่เคยเห็นโปรโมทให้แบบนี้ แถมบางคนขออันฟอลโล่หนุ่มสงกรานต์โดยให้เหตุผลว่าช่วงหลังเจ้าตัวไม่เคยโพสต์รูปลูกสาวอย่าง “น้องปีใหม่” เลย ทำเอาตอนนี้พื้นที่ในอินสตาแกรมของหนุ่มสงกรานต์กลายเป็นสนามรบย่อมๆ ให้ชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันอย่างดุเดือด บาคาร่า

ดราม่าอีกแล้ว