นายใหญ่ แมนฯ ยูไนเต็ด ปลื้มกรีนวู้ด จบสกอร์เก่ง โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ในอดีต

นายใหญ่

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ แมนฯ ยูไนเต็ด เชื่อว่า เมสัน กรีนวู้ด หัวหอกอนาคตไกลของทีม จบสกอร์ได้ดีเหมือน โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ แต่เตือนแข้งวัย 18 ปีว่าต้องมีความคงเส้นคงวามากกว่านี้ด้วย

นายใหญ่
โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มองว่า เมสัน กรีนวู้ด กองหน้าดาวรุ่งของทีม มีทักษะการจบสกอร์ที่คล้ายกับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ อดีตยอดดาวยิงชาวดัตช์เลย

กรีนวู้ด ได้รับโอกาสลงเล่นกับทีมชุดใหญ่หลายนัดในช่วงต้นฤดูกาล 2019-20 โดยเฉพาะใน ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ที่ได้ลงเล่นไป 3 นัด และเป็นในฐานะตัวจริงทั้งหมด ต่างกับใน พรีเมียร์ลีก ที่ทั้ง 8 เกมที่เขาได้ลงเล่นเป็นในฐานะตัวสำรอง ซึ่งแข้งวัย 18 ปี ก็ทำประตูในเกมฟุตบอลถ้วยยุโรปไปแล้ว 2 ลูก รวมถึงทำประตูในเกม คาราบาว คัพ ได้อีก 1 ประตู

นายใหญ่ แมนฯ ยูไนเต็ด ปลื้มกรีนวู้ด

นายใหญ่

หลังจากโดนถามว่า กรีนวู้ด คล้ายกับ ฟาน เพอร์ซี่ หรือไม่นั้น โซลชา ก็ตอบว่า “แน่นอนว่ามันคล้ายกัน เขา (กรีนวู้ด) จบสกอร์ได้นิ่งมากๆ มันเป็นความสามารถตามธรรมชาติสำหรับเขา เขายิงได้ทั้งเท้าขวาและเท้าซ้าย ผมคิดว่าเขาคงยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเท้าข้างไหนที่เขายิงได้ดีที่สุด ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่บรรดากองหลังจะรับมือได้ยากที่สุด เขาซ้อมการจบสกอร์อยู่เป็นประจำ และผมก็ได้เห็นการซ้อมของเขาในทุกวัน”

“เรื่องที่ดีก็คือเขาสามารถทำอย่างนั้นได้แม้กระทั่งการเล่นใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ที่มีแฟนบอลเข้ามาชมเกมเต็มสนาม เขาไม่มีอาการตื่นตระหนกเลย เขายังจบสกอร์ด้วยความนิ่งเหมือนเดิมได้อยู่ ไม่ว่าจเป็นการเล่นกับเพื่อนของเขาในสวนสาธารณะ หรือในนัดชิงชนะเลิศของฟุตบอลถ้วย เขาก็จะยังจบสกอร์ด้วยความนิ่งได้เหมือนเดิม”

อย่างไรก็ตาม กุนซือชาวนอร์เวย์ก็เตือน กรีนวู้ด ว่าต้องมีความคงเส้นคงวาในการซ้อมมากกว่านี้ด้วย “เขาต้องเรียนรู้ถึงเกมฟุตบอลที่แท้จริง ฤดูกาลก่อนเขาขึ้นมาจากทีมรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี และตอนนี้เขาก็มาซ้อมกับทีมชุดใหญ่ทุกวัน แต่คุณจะโชว์ฟอร์มได้ดีวันหนึ่ง แต่เล่นได้แย่ในอีกวันไม่ได้”

“ถ้าคุณอยากได้รับการยอมรับจากนักเตะเหล่านี้คุณก็ต้องโชว์ฟอร์มเก่งให้ได้ในทุกวัน ถ้าเขาโชว์ฟอร์มอันสุดยอดของตัวเองในการซ้อมได้ทุกวัน และทำให้ตัวเองเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วล่ะก็ เขาก็คงได้ลงเล่นทุกนัดไปแล้ว แต่นักเตะดาวรุ่งก็ต้องมีช่วงขึ้นๆ ลงๆ เป็นธรรมดาล่ะนะ และเขาก็เคยมีช่วงขาลงเหมือนกัน ถึงกระนั้น ผมก็คิดว่าตอนนี้เขากำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอีกครั้ง”

ฮวงจุ้ย ศิลปะแห่งการใช้ชีวิตอย่างกลมกลืนกับ ธรรมชาติ ในการจัดบ้าน

ธรรมชาติ

ฮวงจุ้ย ถ้าแปลตามตัวอักษรจีนแล้วหมายถึง “ลมและน้ำ” ถึงแม้การศึกษาวิทยาศาสตร์ ธรรมชาติ เพื่อเสริมชีวิตให้ดีขึ้นของสาขานี้ จะก้าวล่วงจากการแปลความหมายของตัวหนังสือจีนก็ตาม แต่ที่ระดับพื้นฐานแล้ว องค์ประกอบทั้งสองประการนี้ ล้วนเป็นแก่นแท้ของการรักษาชีวิตธรรมชาติ ให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตอย่างสะดวกสบาย

ธรรมชาติ

เมื่อเราทำตามกฎธรรมชาติ เราย่อมสามารถมีชีวิตที่ดีสำหรับทั้งตัวเองและครอบครัว แต่ถ้าเราชอบพิชิตธรรมชาติมากกว่า ผลคือสภาพแวดล้อมเสื่อมทรามลง ซึ่งทำให้สุขภาพ อนาคต พลอยย่อยยับไปด้วย

ฮวงจุ้ยได้รับการกล่าวขานว่าคือ “ศิลปะแห่งการใช้ชีวิตอย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ” ซึ่งก็ถูกต้องดีอยู่ แต่กล่าวขานถึงวิทยาศาสตร์ธรรมชาติสาขานี้ไม่เพียงพอ วิชาฮวงจุ้ยไม่เพียงทำให้เข้าใจกฎและกระบวนการของธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังให้วิธีการช่วยให้อยู่ในตำแหน่งที่ได้รับประโยชน์จากพลังงานรอบตัว และให้วิธีการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อม เพื่อปรับสภาพพลังงานที่เป็นผลร้ายหรือเป็นภัยอีกด้วย

การจัดตามหลักวิชาฮวงจุ้ยนั้น มีการจัดเพื่อการณ์หลายอย่างตามการใช้งานที่เจ้าของต้องการให้เป็น ดังนั้นพื้นที่ กับ อารมณ์ มีส่วนสำคัญกับงานฮวงจุ้ย อารมณ์ของคน มีส่วนกับดวงชะตา วัน เดือน ปี เกิด และ เวลา รวมถึง หลักเชิง จิตวิทยา จึงไม่แปลกเลยที่คนส่วนใหญ่มักไม่เข้าใจ

ฮวงจุ้ย ศิลปะแห่งการใช้ชีวิตอย่างกลมกลืนกับ ธรรมชาติ

เมื่อฮวงจุ้ยของบ้านดี ครอบครัวย่อมจะเจริญรุ่งเรือง สุขภาพดี และสงบสุข รวมทั้งมีความกลมกลืนด้วย

ฮวงจุ้ยเป็นส่วนหนึ่งของปรัชญา และวิธีการที่เป็นพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ธรรมชาติของคนจีน เป็นระบบที่สมบูรณ์และมีลักษณะเป็นองค์รวมในวิชาเอง มีรูปแบบที่บริสุทธิ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับศาสนา

การขาดความรู้ที่เพียงพอเกี่ยวกับระบบนี้สามารถทำให้ประสิทธิผลเสื่อมสูญลงได้ และการผนวกวิธีการอื่นๆ เข้าไปในระบบอาจกำให้เกิดผลร้ายได้

การประเมินฮวงจุ้ยต้องพิจารณาอสังหาริมทรัพย์ในหลายแง่มุม ได้แก่ ลักษณะของพื้นที่ ถนนและทางน้ำ โครงสร้างใกล้เคียง รูปทรงอาคาร ทิศทาง ประวัติความเป็นมาของอสังหาริมทรัพย์ แนวคิดในการออกแบบ ประกอบกับวันเดือนปีเกิด เวลาตกฟาก รวมถึงการให้ฤกษ์และพิธีกรรมสำหรับเหตุการณ์ต่างๆ ได้แก่ การเปิดร้านใหม่ การย้ายเข้าบ้านหรือสำนักงาน การซ่อมแซม ตกแต่ง เป็นต้นครับ

องค์ประกอบการตกแต่งบ้านหลายๆ อย่างทำให้ เกิดลางร้าย หรือทำให้โชคไม่ดี มาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

1.ผลงานศิลปะที่แสดงถึงภัยพิบัติ เช่นสงคราม เรืออัปปาง หรือภาพเชิงลบซึ่งภาพเหล่านี้จะนำพลังงานที่ไม่ดีมาให้ที่บ้าน

ธรรมชาติ

2.พืชที่มีหนามสารพัดชนิด เช่นกระบองเพชร เพราะเป็นพืชที่เชื่อกันว่าสร้างพลังงานเชิงลบ

ธรรมชาติ

3.กระจกที่หันหน้าไปยังเตียงนอน เนื่องจากจะส่งผลให้มีปัญหาด้านความสัมพันธ์

4.ปฏิทินที่แขวนไว้บริเวณประตูด้านหน้า เชื่อกันว่าจะทำให้คนในบ้านอายุสั้นลง

5.น้ำในห้องนอน เช่นตู้ปลาเชื่อกันว่าจะทำให้พลังแห่งความรักนั้นเย็นลง ซึ่งไม่ดีสำหรับคู่รัก คู่แต่งงาน

ธรรมชาติ

6.ต้นไม้ที่ตายแล้วตั้งไว้ในอาคารหรือบ้าน เพราะมันจะนำพาพลังงานที่ไม่ดีเข้ามา

ธรรมชาติ

7.การวางเฟอร์นิเจอร์ไว้ใต้คาน โดยเฉพาะเตียงนอน จะทำให้เกิดความเจ็บป่วย และความโชคร้าย

แบบบ้านคนดัง ออกแบบตกแต่ง อย่างมีสไตล์

อย่างมีสไตล์

แบบบ้านคนดัง ออกแบบตกแต่ง อย่างมีสไตล์

แบบบ้านคนดัง ออกแบบตกแต่ง อย่างมีสไตล์

บรรดาศิลปิน ดารา คนดังสร้างบ้านตกแต่งบ้านแต่ละที ต่างคนก็มีสไตล์ที่ตัวเองชอบแตกต่างกัน บางคนก็เน้นหรูหรา อลังการ บางคนก็เน้นสไตล์เรียบง่าย น้อยๆ แต่มากเรื่องราว และนี่คือ 5 บ้านคนดังที่ ที่เห็นแล้วสวย สะดุดตา เห็นว่ามีสไตล์ จนอยากให้คุณลองดูแล้วเอาไปปรับใช้ตกแต่ง แม้บ้านเราจะหลังเล็ก แต่บางมุมก็เอาไอเดียดีๆ แบบนี้ไปใช้ได้นะ

1.บ้านโน้ต อุดม แต้พานิช แหม

อย่างมีสไตล์

ศิลปินคนนี้ บอกเลยว่าไม่ได้ยอมเปิดบ้านต้อนรับใครง่ายๆ แต่เห็นแล้วก็คุ้มจริงไรจริง เพราะบ้านพี่โน้ตเป็นบ้านสไตล์เรียบง่ายแบบที่พี่แกชอบนั่นคือสไตล์ Industrial วัสดุของบ้านสไตล์นี้ก็หนีไม่พ้นไม้ อิฐ เหล็ก บ้านพี่โน้ตมี 2 หลังในรั้วเดียวกัน ตัวบ้านเป็นปูนเปลือยทั้งหลัง โดยตรงกลางระหว่างบ้านทั้ง 2 หลังเป็นทางเชื่อมที่ดูโปร่ง โล่ง สบายดีแท้ บ้านหนึ่งใน 2 หลังถูกใช้เป็นออฟฟิศของพี่โน้ตไปด้วยในตัว ส่วนที่ดูจะเน้นและพิเศษมากสำหรับบ้านพี่โน้ตเลยก็คือห้องน้ำที่มีขนาดใหญ่ เพราะพี่โน้ตให้เหตุผลว่าเคยมีแต่ห้องน้ำเล็กๆ อาบน้ำไม่สะใจ พอสร้างบ้านของตัวเองเลยเนรมิตห้องน้ำซะใหญ่โตสมใจ นอกจากนี้ยังมีงานอาร์ตฝีมือของพี่โน้ตตั้งตกแต่งอยู่ตามมุมต่างๆ ของบ้านอีกด้วย

2.บ้านก้อย รัชวิน

อย่างมีสไตล์

นักแสดงสาวคนนี้ไม่ได้สวยแค่รูปร่าง หน้าตา แต่จิตใจเธอยังงดงามแถมเป็นลูกยอดกตัญญูเนื่องจากล่าสุดเธอเพิ่งทุบกระปุกออกเงินร่วมกับพี่ๆ น้องๆ ในครอบครัวสร้างบ้านให้คุณพ่อ คุณแม่ แหม! แล้วไม่ใช่หลังเล็กๆ นะจ๊ะ หลังใหญ่ สวยและมีดีไซน์มาก ก็จะไม่ให้เป็นแบบนั้นได้อย่างไร พี่เธอเป็นอินทีเรียดีไซน์เนอร์เองกับมือ ดังนั้นตั้งแต่หน้าบ้านไปยันหลังบ้าน เชื่อใจได้เลยว่าสวยเจิดเฉิดไฉไล แถมมีสไตล์ด้วย ไม่เชื่อต้องลองตามส่องดู IG ส่วนตัวของเธอ โดยเฉพาะช่วงหลังๆ นี้สาวก้อยสำหรับเห่อบ้านใหม่ ขยันเดินซื้อของแต่งบ้านเข้าบ้านเป็นประจำอีกด้วย

3.บ้านโทนี่ รากแก่น

อย่างมีสไตล์

โอ้ย! พูดถึงพระเอกหนุ่มนักแสดงคนนี้ทีไร หัวใจสั่น เพราะไม่ใช่แค่ผลงานการแสดงของเขาเท่านั้น การแต่งตัวของเขายังโดนใจป้ามาก เพราะมันดูมีสไตล์ ซึ่งก็ไม่แปลกถ้าสไตล์การแต่งตัวของพ่อหนุ่มคนนี้จะสะท้อนไปยังที่พักอาศัยหรือบ้านของเขา เพราะบ้านของโทนี่ เห็นแล้วต้องร้องว้าว เนื่องจากออกแบบและตกแต่งเองกับมือ เน้นสไตล์ Art & Craft มิน่า ทาวน์โฮมของหนุ่มโทนี่จึงดูแตกต่าง เฟอร์นิเจอร์ที่เขาเลือกใช้ภายในบ้านดูแตกต่างผสมผสานหลากวัสดุไม่ว่าจะเป็นเหล็ก ไม้ เครื่องหนัง แต่ลงตัวบอกไม่ถูก เอาเป็นว่า ขอยกให้เป็น 1 ในลิสต์บ้านคนดังดูดีมีสไตล์ละกัน

4.บ้านเอมมี่ มรกต

อย่างมีสไตล์

บอกเลยหลังแต่งงานแล้วชีวิตนักแสดงสาวคนนี้ดี๊ดี ดีจนแอบอิจฉา สังเกตได้จากบ้านและกิจวัตรประจำวัน โดยบ้านของคุณเธอนั้นบอกเลยว่าแม้จะดูเรียบๆ แต่ความหรูเพียบนะคะ แบบนี้ซิที่เค้าเรียกกันว่า หรูดูแพง อย่างพวกข้าวของเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ในบ้านนี่การันตีได้ถึงงานดีไซน์ระดับพรีเมี่ยม แถมยังเน้นการใช้เครื่องแก้ว กระจก สีขาว เฮ้อ! เห็นแล้วแอบตาร้อนเบาๆ

5.บ้านรัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น

อย่างมีสไตล์

สำหรับนักแสดงผู้ชายนะยะคนนี้ รับรองว่าแค่เห็นหน้าเค้า เราก็อารมณ์ดีแล้ว แต่เชื่อไหมว่า บ้านที่นางพักอาศัยอยู่ที่เมืองไทย น่าอยู่และมีสไตล์มาก (แม้จะเป็นบ้านของคุณแม่บุญธรรม) เนื่องจากบ้านหลังนี้เป็นบ้านสไตล์ Tropical ที่เจ้าของบ้านซึ่งเป็นช่างภาพนิตยสารออกแบบเน้นให้มีความโล่ง และต้องการให้สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานของส่วนต่างๆ ในบ้านได้ตามสะดวก ดั้งนั้นด้านล่างจึงเป็นโถงโล่งๆ ที่แบ่งเป็นทั้งห้องทำงาน ห้องรับแขก ห้องครัว และที่เก๋กู้ดมากคือมีสระว่ายน้ำอยู่กลางบ้านเลยค่ะ สำหรับด้านบนนั้น แบ่งซอยเป็นห้องย่อยๆ แต่ตรงกลางเว้นโล่งไว้สำหรับถ่ายภาพบ้างอะไรบ้าง เรียกได้ว่าเก๋เก๋ไม่เบาสำหรับเรือนรัศมีแขแห่งนี้…

ความสำคัญ และการทำรั้งบ้านในรูปแบบต่างๆ

และการทำรั้งบ้านในรูปแบบต่างๆ

ความสำคัญ และการทำรั้งบ้านในรูปแบบต่างๆ

ความสำคัญ และการทำรั้งบ้านในรูปแบบต่างๆ

และการทำรั้งบ้านในรูปแบบต่างๆ

รั้วบ้าน ต้องมีขนาดที่ไม่สูงมากนัก ปกติแล้วเราสร้างเอาไว้เพื่อกันสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในเขตพื้นที่ของบ้านเรา แต่ในปัจจุบันบางครั้งการทำรั้วนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะเอาไว้กันสิ่งภายนอกเสมอไป เพราะการทำรั้วเพื่อการตกแต่งบ้านนั้นก็ยังคงมีอยู่ เพื่อเป็นการเพิ่มความสวยงามและดูน่าอยู่มากยิ่งขึ้น ตัวอย่างของงานในลักษณะนี้ก็เช่น รีสอร์ทต่าง ๆ หรือบ้านที่สร้างเพื่อเป็นสถานที่พักตากอากาศ ที่เราเองนั้นอาจจะเห็นจนคุ้นตากันเลยก็ว่าได้ แต่ก่อนที่คุณจะทำรั้วบ้านนั้น ก็ต้องมีสิ่งที่ควรรู้เพื่อเป็นการประดับความเข้าใจและสามารถใช้ประโยชน์จากรั้วได้อย่างเหมาะสม ซึ่งเราจะขอนำเสนอดังต่อไปนี้

สิ่งสำคัญที่สุดที่เราต้องมี เพราะการสร้างรั้วแต่ละครั้งนั้นต้องใช้เงินพอสมควรเลยทีเดียว ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เช่น ต้องการสร้างเพื่อความสวยงาม หรือต้องการสร้างเพื่อป้องกันสิ่งภายนอกที่จะเข้ามาในเขตบ้านของเรา หรือบางครั้งก็เพื่อเป็นการป้องกันสัตว์เลี้ยง ให้อยู่ในบริเวณที่กำหนดเพื่อให้สามารถควบคุมได้ง่ายขึ้น ดังนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถือว่ามีความสำคัญในการเลือกวัสดุและอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน รวมไปถึงให้ผลลับตามที่ต้องการด้วย

แน่นอนว่าต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า และมีความสามารถมากพอสำหรับใช้ตามวัสถุประสงค์ตั้งแต่แรก ดังนั้นความคงทนแข็งแรงจึงเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการเลือกใช้วัสดุสำหรับการทำรั้ว เช่น หากเราต้องการให้บ้านดูสวยงามและมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น โดยใช้รั้วเป็นส่วนประกอบสำคัญในการชูความสวยงามเหล่านั้น ก็อาจเลือกใช้วัสดุที่เป็นไม้ แต่หากว่าต้องการความแข็งแรงอาจเลือกใช้ รั้วไวนิล แทนไม้ก็ได้ เพราะมีความแข็งแรงมากกว่า หรืออาจใช้วัสดุอื่น ก็ได้เช่นเดียวกัน

การสร้างรั้วนั้นจะต้องดำเนินไปตามกฏหมายที่มีอยู่ด้วย เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาเกี่ยวกับข้อพิพาทต่าง ๆ ระหว่างบ้านไกล้เคียงกัน หรือเขตพื้นที่ติดกัน ดังนั้นจะต้องมีการพูดคุยเจรจากันถึงเขตที่ดินของแต่ละฝ่าย เพื่อให้ถูกต้องตามโฉนดที่ดินนั้น ๆ สิ่งนี้สามารถดำเนินการได้ในเบื้องต้นด้วยตนเอง เว้นแต่มีข้อพิพาทกันมาก่อนเรื่องเขตแดน อาจต้องให้เจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้ร่วมสังเกตุการณ์สำหรับการตรวจสอบถื้นที่และเขตแดนให้มีความชัดเจนตามเอกสารทางการ อีกประการหนึ่งก็คือ จะต้องเข้าใจข้อบังคับทางกฏหมายเรื่องการสร้างรั้วด้วย อาทิเช่น หากบ้านอยู่ติดถนน หรือสถานที่สาธารณะจะต้องสร้างรั้วไม่เกิน 3 เมตร หากเกินจากนี้ถือว่าผิดกฎหมายได้

เคยรู้สึกไหมว่ารั้วที่กั้นขอบเขตบ้านเพื่อความปลอดภัยนั้นกลับกลายเป็นผนังทึบตันไม่ชวนมอง แถมปิดกั้นวิวสวย ๆ นอกบ้านด้วย เราจึงมีไอเดียใหม่ ๆ ที่หลากหลายในการตกแต่งรั้วบ้านให้ดูดีชวนมองมาฝาก

และการทำรั้งบ้านในรูปแบบต่างๆ

1. รั้วไม้กึ่งทึบกึ่งโปร่ง
ไอเดียนี้เหมาะกับบ้านที่มีรั้วชิดตัวบ้าน จึงต้องการมุมมองที่ดูโปร่งขึ้น เพื่อช่วยลดความอึดอัดของพื้นที่ ด้วยการทำรั้วโครงเหล็กเว้นช่องแล้วยึดระแนงไม้ เข้ากับโครงเหล็กด้วยนอต โดยเว้นช่องให้ห่างกัน ให้เกิดมุมมองแบบกึ่งทึบกึ่งโปร่ง วิธีนี้สามารถถอดเปลี่ยนชิ้นไม้ออกมาซ่อมแซมได้ง่าย แต่สำหรับด้านที่มีรั้วติดเพื่อนบ้านหรือถนนควรตีระแนงให้มิดชิดเพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัว

และการทำรั้งบ้านในรูปแบบต่างๆ
2. รั้วกิ่งไม้ไผ่
รั้วแบบนี้มาจากบ้านญี่ปุ่นที่นิยมมัดกิ่งไม้แห้งเป็นมัด ๆ แล้วยึดเป็นแนวรั้วด้วยไม้ไผ่ รั้วจากวัสดุธรรมชาตินี้เหมาะกับบ้านในสวนให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าหากรู้สึกไม่ปลอดภัยจะก่อผนังปูนหรือรั้วเหล็กซ่อนอยู่ภายในอีกชั้นก็ช่วยได้

และการทำรั้งบ้านในรูปแบบต่างๆ

3. รั้วตาราง
เลือกตกแต่งริมรั้วปูนด้วยการทำโครงเหล็กเป็นช่อง ๆ ไว้ใส่วัสดุตกแต่งลงในช่องนั้น ๆ อาจติดตั้งแบบถาวรหรือปรับเปลี่ยนแก้เบื่อได้ อย่างไอเดียนี้ใช้การจัดเรียงหินปูนซ้อนกันและโบกปูนจนเต็มช่อง สลับกับการกรุหญ้าเทียมหรือจะปลูกสวนแนวตั้งลงไปแทนก็ดูสวยเป็นธรรมชาติดี

และการทำรั้งบ้านในรูปแบบต่างๆ

4. รั้วปูนสี
ถ้าชอบรั้วแนวโบราณดูเก่า ๆ ให้ลองใช้เทคนิคงานฉาบปูนขาวผสมผงสีที่ต้องการลงไป เทคนิคนี้ไม่ทำให้เกิดปัญหาสีหลุดล่อน นิยมฉาบให้พื้นผิวไม่เรียบดูเข้ากับสวนป่าและธรรมชาติรอบ ๆ นอกจากนี้ยังสามารถตกแต่งด้วยเทคนิคการปั้นปูนให้เป็นลวดลายคิ้วบัวหรือซุ้มต่าง ๆ ให้ดูแปลกตาได้ด้วย

และการทำรั้งบ้านในรูปแบบต่างๆ

5. รั้วอิฐเก่า
กำแพงก่ออิฐโชว์แนวก็ยังใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย แถมยังสามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสไตล์บ้านได้หลากหลาย อย่างการทำซุ้มโค้งแบบช่องหน้าต่างโบสถ์แบบไทย ใช้วางเชิงเทียนตกแต่งสวนเวลากลางคืน หรือจะทำซุ้มหน้าต่างหลอกติดบานไม้เก่าสไตล์คันทรี่ก็ดูน่าสนใจไปอีกแบบ หรือนำมอสส์มาคลุมไว้กับกำแพงอิฐแล้วรดน้ำให้ผนังชื้นก็ได้บรรยากาศรั้วแบบบาหลีได้ไม่ยาก

และการทำรั้งบ้านในรูปแบบต่างๆ

6.รั้วกระถางต้นไม้
ถ้าบ้านหลังไหนมีเนื้อที่แคบแต่ต้องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้บ้าน แนะนำให้ทำสวนกระถางบนรั้วเสียเลย ด้วยการนำห่วงเหล็กดัดกลมสำหรับสวมกระถางมายึดเข้ากับผนัง จะติดให้เท่ากันหรือจัดองค์ประกอบให้ดูแปลกตาก็ได้ตามใจชอบ

และการทำรั้งบ้านในรูปแบบต่างๆ

7. รั้วสูงโปร่ง
เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่น้อยหรือมีรั้วชิดกับบ้าน แนะนำให้ทำรั้วให้ดูสูงโปร่ง สูงคลุมตัวบ้านเพื่อกั้นมุมมองจากภายนอกทั้งชั้นบนและชั้นล่าง โดยตีโครงเหล็กเว้นระยะห่างเท่า ๆ กัน ให้ความรู้สึกกึ่งทึบกึ่งโปร่ง ช่วยลดความอึดอัดลงได้

และการทำรั้งบ้านในรูปแบบต่างๆ

8.รั้วสวนแนวตั้ง
ทำสวนแนวตั้งบนรั้วบ้านเสียเลยด้วยการก่อกำแพงให้มีกระบะปูนยื่นออกจากผนัง 30 เซนติเมตร ลึก 30 เซนติเมตรตลอดแนวกำแพง แล้วปลูกไม้ใบที่มีกิ่งก้านแผ่สวย ๆ และไม่ต้องการดินมากอย่างเฟินชนิดต่าง ๆ มาปลูกจนคลุมทั่วทั้งสวนแนวตั้ง

และการทำรั้งบ้านในรูปแบบต่างๆ

9. รั้วมีรู
รั้วบ้านไม่จำเป็นต้องทึบตันเสมอไป ลองเพิ่มลูกเล่นด้วยการเจาะทะลุลวดลายเป็นชื่อบ้านหรือเลขที่บ้านก็ดูเก๋ดี ทั้งยังใช้มองดูแขกที่มาเยี่ยมเยือนได้อีกด้วย ไอเดียนี้ทำได้ไม่ยากแค่ใส่บล็อกเหล็กที่ดัดเป็นลวดลายหรือตัวอักษรลงไปในขั้นตอนการก่อรั้วอิฐฉาบปูน เพื่อฝากโครงสร้างไว้กับรั้วให้รับน้ำหนักอยู่ได้ด้วยตัวเอง

และการทำรั้งบ้านในรูปแบบต่างๆ

10. รั้วบังสายตา
หากรั้วบ้านเดิมเตี้ยจนปิดสายตาจากเพื่อนบ้านไม่ได้ แนะนำให้ทำแผงอะลูมิเนียมแบบมีรูเล็ก ๆ ให้ดูโปร่งตาและมีน้ำหนักเบา สามารถยึดกับโครงสร้างเหล็กของกำแพงบ้านได้ ไอเดียนี้ช่วยบังสายตาจากภายนอกได้ดี ทั้งยังดูสวยงามด้วย

และการทำรั้งบ้านในรูปแบบต่างๆ

11.รั้วตีนตุ๊กแก
หากกำแพงปูนดูเรียบและแข็งกระด้าง เรามีไอเดียเพิ่มความสดชื่นง่าย ๆ มาฝาก ด้วยการใช้สีเขียวจากต้นตีนตุ๊กแกให้เลื้อยปกคลุมทั่วทั้งกำแพง เริ่มจากก่อกระบะดินสำหรับปลูกต้นตีนตุ๊กแกให้ยาวตลอดแนวกำแพง เพื่อให้ต้นตีนตุ๊กแกเลื้อยขึ้นที่สูง หรือจะปลูกพรรณไม้ชนิดอื่นอย่างพลูด่างหรือเดฟให้ห้อยลงมาคลุมกำแพงแทนก็ได้ เพียงย้ายกระบะดินให้อยู่บนแนวกำแพงด้านบนแทน

12. รั้วชั้นวาง
ยึดชั้นไม้ไว้กับรั้วบ้านให้เกิดพื้นที่ใช้สอยวางของตกแต่ง เช่น กระถางต้นไม้ หรืองานประติมากรรม เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่แคบ ๆ เพื่อให้เกิดมุมมองที่สวยงามมากขึ้น…

สิ่งที่ควรศึกษา ก่อนสร้าง ศาลาในสวน

สิ่งที่ควรศึกษา

สิ่งที่ควรศึกษา ก่อนสร้าง ศาลาในสวน

สิ่งที่ควรศึกษา ก่อนสร้าง ศาลาในสวน

ศาลาเป็นสิ่งก่อสร้างหนึ่งในสวน นอกจากเพื่อใช้งานแล้ว ยังเพื่อประดับสวน ก่อนจะมี ศาลาในสวน จึงควร พิจารณาในเรื่องต่อไปนี้ เพื่อให้ได้รูปแบบที่ถูกใจ

1.รูปแบบการใช้งาน ซึ่งมีผลอย่างมากต่อการเลือกรูปแบบ ขนาด รวมถึงตำแหน่งที่ตั้งของศาลาในสวน เช่น หากศาลานั้นเน้นวัตถุประสงค์ในการนั่งเพื่อชมวิวเป็นหลัก ศาลาควรตั้งอยู่ในตำแหน่งที่หันหน้ามองเห็นวิวของสวนที่ดีที่สุด แต่หากอยากให้ศาลาเป็นที่นั่งที่สงบ ก็ไม่ควรเลือกรูปแบบศาลาที่เปิดโล่งเกินไป ตั้งอยู่ในจุดที่ไม่โดนรบกวน ไม่ตั้งอยู่บริเวณสวนด้านที่ติดถนน ก่อนสร้างศาลาลองมาคิดใคร่ครวญว่าอยากทำอะไรที่ศาลาบ้าง จะได้เป็นการตัดสินใจในการเลือกวางตำแหน่งและหาขนาดที่เหมาะสม

สิ่งที่ควรศึกษา

2.ขนาดของศาลา ศาลาในสวนควรมีขนาดเท่าใดนั้น มีข้อพิจารณา ดังนี้

-ขนาดของพื้นที่สำหรับสร้างศาลา หากอยากได้ศาลาใหญ่แต่ไม่มีพื้นที่ว่างพอก็คงเป็นไปไม่ได้

-ประโยชน์ใช้สอยหรือกิจกรรมที่ต้องการ ทั้งนี้ ไม่จำเป็นว่ามีหลายกิจกรรมแล้วศาลาจะต้องใหญ่ตาม เพราะหากเป็นกิจกรรมที่ใช้คนละช่วงเวลา สามารถออกแบบให้เกิดการใช้งานเชิงอเนกประสงค์ในพื้นที่เดียวกันได้

-จำนวนผู้ใช้งาน เช่นบุคคลในครอบครัวมีจำนวนกี่คน มีการใช้รับแขกที่ศาลานี้หรือไม่ เมื่อนำทั้ง 3 ข้อมาพิจารณาจะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจได้

โดยปกติแล้วหากเป็นศาลานั่งเล่นในสวน แบ่งได้คร่าวประมาณ 3 ขนาด คือ

ขนาดเล็ก นั่งได้ 2-8 คน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-3 เมตร
ขนาดกลาง นั่งได้ประมาณ 10-25 คน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4-6 เมตร
ขนาดใหญ่ นั่งได้ประมาณ 25-60 คน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 7-12 เมตร

สิ่งที่ควรศึกษา

3.ตำแหน่งที่ตั้ง มุมมองและทิศทางแสงแดดและลม ศาลาส่วนมากจะเปิดโล่งทั้ง 4 ด้าน สามารถมองเห็นบรรยากาศได้รอบทุกทิศ แต่ก็อาจไม่เสมอไป ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่มีอยู่ในบ้าน หน้าบ้าน หลังบ้าน ในสวน ริมกำแพง หรือริมระเบียงบ้าน ซึ่งบางตำแหน่งอาจไม่เอื้อต่อการมองรอบทิศ ดังนั้นศาลาอาจจะเปิดโล่ง 3 ด้าน 2 ด้าน หรือด้านเดียวก็เป็นได้ แต่ควรเน้นเปิดด้านเห็นทิวทัศน์ที่สวยงาม โดยตำแหน่งการวางศาลาอยู่ได้ทั้งบนพื้น ตั้งอยู่บนเนิน บนต้นไม้ ก็ได้เช่นกัน

นอกจากเรื่องทัศนียภาพแล้ว ทิศทางของแสงแดด และลม ก็มีผลต่อตำแหน่งการจัดวาง เพื่อสร้างภาวะน่าสบายเมื่อมาใช้ศาลาในสวน ควรระวังเรื่องทิศทางของแสงแดด ต้องไม่ให้จุดที่คนนั่งมองออกไปแล้วแสงแยงตา หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ต้องใช้ต้นไม้หรือองค์ประกอบอื่นๆ ช่วยบังทิศทางแสงแดด ขณะเดียวกันทิศทางของลมก็มีความสำคัญมากเช่นเดียวกัน เพราะหากออกมานั่งในศาลา แต่กลับไม่ได้รับลมธรรมชาติที่มีอยู่ จะเกิดความรู้สึกอึดอัด ร้อนอบอ้าวในทันที

สิ่งที่ควรศึกษา

ฉะนั้นก่อนสร้างศาลา ควรลองเดินสำรวจดูว่าบริเวณไหนเป็นจุดรับลมบ้าง จุดไหนเป็นทิศทางที่แสงแดดส่องแรง เพื่อกำหนดตำแหน่งศาลาที่เหมาะสม

การบินไทย เร่งส่งผู้โดยสารตกค้างกรุงเทพ–โตเกียว หลังสนามบินนาริตะเปิดทำการ

การบินไทย เร่งส่งผู้โดยสารตกค้างกรุงเทพ–โตเกียว หลังสนามบินนาริตะเปิดทำการ

การบินไทย เร่งส่งผู้โดยสารตกค้างกรุงเทพ–โตเกียว หลังสนามบินนาริตะเปิดทำการ

การบินไทย

การบินไทยทำการบินปกติ หลังท่าอากาศยานนาริตะประกาศเปิดทำการช่วงเช้าวันนี้ เตรียมบินขนส่งผู้โดยสารตกค้างในเส้นทางกรุงเทพ-โตเกียว (นาริตะ) หลังไต้ฝุ่นฮากีบิสพัดผ่านโตเกียว

วันนี้ (13 ต.ค.2562) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ประกาศทำการบินสู่โตเกียว (นาริตะ) หลังจากท่าอากาศยานนาริตะเปิดทำการเวลา 04.39 น. (เวลาท้องถิ่น) ของวันนี้ (13 ต.ค.62) ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ประกาศปิดทำการชั่วคราว เมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา เวลา 22.22 น. (เวลาท้องถิ่น) ถึงวันที่ 13 ต.ค.62 เวลาประมาณ 21.00 น. (เวลาท้องถิ่น) ดังนั้น เพื่อเป็นการเร่งขนส่งผู้โดยสารตกค้างในเส้นทางกรุงเทพ-โตเกียว (นาริตะ) บริษัทฯ ได้จัดเที่ยวบิน ดังนี้

การบินไทย

เที่ยวบินทีจี 676 เส้นทางกรุงเทพ – โตเกียว (นาริตะ) ของวันที่ 13 ตุลาคม 2562 ทำการบินเวลา 07.35 น. – 15.45 น.
เที่ยวบินทีจี 677 เส้นทางโตเกียว (นาริตะ) – กรุงเทพฯ ของวันที่ 13 ตุลาคม 2562 ทำการบินเวลา 17.25 น. – 21.55 น.
เที่ยวบินทีจี 6769 เส้นทางกรุงเทพฯ – โตเกียว (นาริตะ) ของวันที่ 13 ตุลาคม 2562 ทำการบินเวลา 09.40 น. – 17.50 น.
เที่ยวบินทีจี 6779 เส้นทางโตเกียว (นาริตะ) – กรุงเทพฯ ของวันที่ 13 ตุลาคม 2562 ทำการบินเวลา 19.30 น. – 23.59 น.
สำหรับเที่ยวบินทีจี 640, 641, 642 และ 643 บริษัทฯ จะประกาศเวลาทำการบินให้ทราบต่อไป โดยขอความกรุณาผู้โดยสารโปรดติดตามความคืบหน้าของเวลาทำการบินได้ที่เว็บไซต์ thaiairways.com หรือสอบถามได้ที่ THAI Contact Center โทร. 02-356-1111 ตลอด 24 ชั่วโมง…

๑๓ ตุลาคม วันสุดท้ายของการอยู่จำพรรษา วันออกพรรษา ๒๕๖๒

ตุลาคม

๑๓ ตุลาคม วันสุดท้ายของการอยู่จำพรรษา วันออกพรรษา ๒๕๖๒

๑๓ ตุลาคม วันสุดท้ายของการอยู่จำพรรษา วันออกพรรษา ๒๕๖๒

ตุลาคม
“วันออกพรรษา” วันพระพุทธเจ้าเปิดโลก วันสุดท้ายของการอยู่จำพรรษา หลังวันเข้าพรรษา ๓ เดือน ตามปฏิทินจันทรคติไทย ของพระสงฆ์เถรวาท โดยเป็นวันที่พระสงฆ์จะทำสังฆกรรมปวารณาออกพรรษาในวันนี้

วันออกพรรษาตามปกติ (ออกปุริมพรรษา) จะตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ( วันออกพรรษา ๒๕๖๒ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๒ )

ตุลาคม

แต่ตามพระวินัยบัญญัติ พระภิกษุทั้งหลายยังต้องอยู่ในจำพรรษาในคืนวันนั้น (วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑) อีกคืนหนึ่ง จะไปค้างแรมที่อื่นเลยไม่ได้ ต้องให้ผ่านอรุณเข้าวันใหม่ (วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑) เสียก่อน

สรุปว่า “วันออกพรรษา” ตามที่เรียกและเข้าใจกันทั่วไป (และจะกล่าวถึงต่อไปในบทความนี้) คือวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ส่วน “วันออกพรรษาจริง” ตามพระวินัย คือ วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑

“วันออกพรรษา” (ตามที่เข้าใจกัน) เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาวันหนึ่งในประเทศไทย เนื่องจากเป็นวันสิ้นสุดระยะเวลาจำพรรษา ๓ เดือนของพระสงฆ์เถรวาท โดยเป็นวันที่พระสงฆ์จะทำสังฆกรรม คือ การปวารณาในวันนี้ วันออกพรรษา (ออกปุริมพรรษา) จะตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ (ประมาณเดือนตุลาคม) หลังวันเข้าพรรษา ๓ เดือน ตามปฏิทินจันทรคติไทย

การปวารณา ถือเป็นข้อปฏิบัติตามพระวินัยสำหรับพระภิกษุโดยเฉพาะ เรียกว่า เป็นญัตติกรรมวาจา (สังฆกรรม)ประเภทหนึ่ง ให้โอกาสแก่พระสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ร่วมกันตลอดไตรมาส (๓ เดือน) สามารถว่ากล่าวตักเตือนและชี้ข้อบกพร่องแก่กันและกันได้โดยเสมอภาค ด้วยจิตที่ปรารถนาดีซึ่งกันและกัน

เพื่อให้พระสงฆ์ที่ถูกตักเตือนมีโอกาสรับรู้ข้อบกพร่องของตนและนำข้อบกพร่องไปแก้ไขปรับปรุงตัวให้ดียิ่งขึ้น

เมื่อถึงวันออกพรรษา พุทธศาสนิกชนถือเป็นโอกาสอันดีที่จะเข้าวัดเพื่อบำเพ็ญกุศลแก่ตนเองที่ตั้งใจปฏิบัติตนเป็นอุบาสก-อุบาสิกา ส่วนพระสงฆ์จำพรรษาและตั้งใจปฏิบัติธรรมมาตลอดจนครบไตรมาส (๓ เดือน) หรือในวันถัดไปคือ วันออกพรรษา(จริง) (คือ วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑)

ตุลาคม

พุทธศาสนิกชนในประเทศไทยนิยมไปทำบุญตักบาตร เรียกว่า บุญเทศกาลบาตรเทโว หรือ บาตรเทโวโรหณะ เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในพุทธประวัติที่กล่าวว่า พระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากเทวโลก ลงมายังโลกมนุษย์หลังจากการโปรดเทพบุตร อดีตพระพุทธมารดา

พระนางสิริมหามายา บนสวรรค์ดาวดึงส์ (ชั้นที่ ๒) ในพรรษาที่ ๗ เสด็จลงมายังเมืองสังกัสสะ พร้อมกับทรงแสดงไตรโลกวิวรณปาฏิหาริย์ (ทรงปาฏิหาริย์เปิดโลกทั้ง ๓. สวรรค์,นรก,โลก)
กฐินกาล คือ ช่วงเวลาที่ทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้อยู่จำพรรษาครบ ๓ เดือนแล้ว สามารถรับมานุ่งห่มได้ เริ่มตั้งแต่ วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ (วันลอยกระทง) เป็นช่วงเวลากฐินกาลตามพระวินัยปิฎกเถรวาท

ในช่วงเวลาที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยจะเข้าร่วมบำเพ็ญกุศลเนื่องในงานกฐินประจำปี เป็นการนำผ้าจีวร ถวายพระพุทธรูปและพระสงฆ์ในวัดต่าง ๆ โดยถือว่าเป็นงานบำเพ็ญกุศลที่ได้บุญกุศลมากงานหนึ่ง

กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันออกพรรษา

๑. ทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ

๒. ไปวัดเพื่อปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา

๓. ร่วมกิจกรรม “ตักบาตรเทโว”

๔. ปัดกวาดบ้านเรือนให้สะอาด ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือนและสถานที่ราชการและประดับธงชาติ และธงธรรมจักร ตามวัดและสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา

๕. ตามสถานที่ราชการ สถานที่ศึกษาและที่วัด ควรจัดให้มีนิทรรศการ การบรรยาย หรือ บรรยายธรรม เกี่ยวกับวันออกพรรษา เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนและผู้สนใจทั่วไป

ตุลาคม

“บั้งไฟพญานาค” เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงวันออกพรรษาตลอดแนวความยาวกว่า 300 กม. ของลำน้ำโขงซึ่งกั้นขวางระหว่าง จังหวัดหนองคาย ประเทศไทย กับ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)

โดยจะมีจำนวนลูกไฟที่ผุดพวยพุ่งขึ้นมาจากลำน้ำโขงมาก – น้อยแตกต่างกันไปในแต่ละปีตามแต่ละพื้นที่…

โคมไฟเพดาน ให้สว่างทั่วทุกพื้นที่ในบ้าน

โคมไฟเพดาน

โคมไฟเพดาน ให้สว่างทั่วทุกพื้นที่ในบ้าน

โคมไฟเพดาน ให้สว่างทั่วทุกพื้นที่ในบ้าน

โคมไฟเพดาน
ไอเดียแต่งบ้านด้วยโคมไฟสวยที่สร้างสีสันให้บ้านมีชีวิต

ถ้าต้องการจะแต่งบ้านให้สวยงามก็ควรมีไอเดียแต่งบ้านที่พร้อมสร้างสรรค์ให้บ้านออกมาสวยดั่งใจ ด้วยโคมไฟสวยชนิดต่างๆ ที่สามารถทำให้เกิดบรรยากาศที่น่าสนใจ แต่จะทำอย่างไรเพื่อให้บ้านมีแสงสว่างที่สร้างอารมณ์ให้กับบ้าน และส่องสว่างได้อย่างทั่วถึง เพื่อให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านทุกคนได้รับความสะดวกสบายและความปลอดภัย จากโคมไฟเพดานสวยๆ หลากชนิดที่จะสร้างสีสันให้ชีวิตด้วยเทคนิคการตกแต่งดังนี้

โคมไฟเพดาน
• การแต่งบ้านด้วยแสงไฟสวย ที่ทำให้สว่างสดใสพร้อมการกระจายแสงได้ดี คือ การใช้สีผนังของบ้านที่ไม่เป็นสีทึบหรือสีเข้มมากจนเกินไป ควรใช้เป็นสีสดใส อย่างเช่น สีขาวสว่างและโทนสีพาสเทล ทั้งชมพู ฟ้า และเหลือง เป็นต้น

• ใช้โคมไฟระย้าที่มีขนาดพอเหมาะ เพื่อให้แสงที่ส่องสว่างออกมาตามรูปทรงของตัวโคม ซึ่งถ้าต้องการให้แสงกระจายออกได้มากก็ควรใช้โคมที่มีขนาดใหญ่ แต่ถ้าต้องการแสงที่ไล่ระดับก็ใช้เป็นโคมไฟระย้าที่มีระดับต่างกัน เพื่อเพิ่มลูกเล่นของการเกิดแสงได้อย่างดีเยี่ยม

• โคมไฟเพดานแบบฝังฝ้า ที่สามารถส่องเน้นจุดต่างๆ ภายในห้องให้โดดเด่นขึ้น ใช้งานได้ดีในห้องรับแขกและห้องนั่งเล่น เพราะจะช่วยเพิ่มความสวยแบบมีมิติให้กับห้องและกระตุ้นให้รู้สึกตื่นตัวได้ดี

• เลือกใช้งานแสงไฟเพื่อการแต่งบ้านให้เหมาะสม ถ้าต้องการห้องไหนสว่างก็ต้องเลือกเป็นแสงโทนสว่าง ถ้าต้องการห้องไหนที่ให้บรรยากาศสลัว ก็ควรใช้แสงไฟที่ไม่ต้องสว่างมากแต่ให้ความสบายตาแทน

• ติดตั้งโคมไฟในจุดที่ถูกต้อง อย่างเช่นการใช้โคมไฟฝังฝ้า ที่ส่องไปกระทบผนังเพื่อให้เกิดแสงที่สว่างเน้นให้เห็นงานศิลปะสวย และยังช่วยทำให้บ้านดูสว่างมากขึ้นอีกด้วย เป็นลูกเล่นการตกกระทบแสงที่ทำให้แสงเล็กๆ กระจายออก แล้วทำให้พื้นที่ของห้องนั้นสว่างมากยิ่งขึ้น

โคมไฟเพดาน
ตกแต่งบ้านด้วยการใช้แสงสีของไฟ
แสงไฟเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของไอเดียแต่งบ้านที่จะช่วยสร้างอารมณ์ให้แต่ละโซนภายในบ้านเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งวิธีการใช้แสงไฟช่วยให้บ้านน่าอยู่ จึงเป็นที่นิยมอย่างมากในทุกบ้านและทุกสถานที่เลยก็ว่าได้ เช่นนั้นลองมาดูรูปแบบการให้แสงที่สื่ออารมณ์กันในแต่ละห้องว่าเป็นอย่างไร

โคมไฟเพดานสวยด้วยแสงสีโทนเหลืองอ่อนหรือส้ม

เมื่อนำมาใช้งานในห้องนอนและห้องนั่งเล่น ก็สามารถช่วยให้บรรยากาศแห่งความผ่อนคลายได้ดี เพราะไฟสีเหล่านี้เป็นโทนอบอุ่นที่จะช่วยให้เกิดความรู้สึกสบายตา สบายใจ ปลอดภัยไร้กังวล จึงเอนกายลงนอนได้อย่างสงบ และทำให้ความเย็นในยามค่ำคืนไม่สามารถเข้ามาทำร้ายคนในบ้านได้

โคมไฟเพดาน

โคมไฟระย้าแสงสีขาวนวล

ควรติดอยู่ในห้องรับประทานอาหารและห้องรับแขก ที่นอกจากโชว์ความสวยงามของตัวโคมแล้ว ยังให้ลูกเล่นของมิติจากแสงไฟที่ส่องออกมา ถ้าเป็นโคมแบบคริสตัลก็จะยิ่งทำให้สว่างสดใส บ้านดูเรียบหรูขึ้นมาทันที แต่ถ้าเป็นโคมแบบใช้วัสดุธรรมชาติ ที่มีการทำลวดลายขึ้นมา ก็จะได้แสงไฟที่เป็นรูปทรงต่างๆ ตามโคม ซึ่งเหมาะกับการโชว์ให้คนที่มาเยี่ยมเยือนได้ชมความสวยงาม ส่วนในห้องครัวควรใช้โคมไฟระย้าสีออกนวลเพื่อให้อาหารดูน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น

ไฟส่องฝังฝ้าสีส้ม

ควรเน้นติดในจุดที่ต้องการโชว์ หรือเน้นให้เห็นรูปทรงของงานศิลปะและสถาปัตยกรรมต่างๆ ซึ่งเหมาะกับห้องรับแขกตรงโซนที่โชว์ของตกแต่ง จุดตกแต่งสวน และการใช้งานในแกลเลอรี่ต่างๆ ได้ดี

โคมไฟเพดาน
คมไฟเพดานสวยๆ โทนสีขาวสว่าง

ควรต้องไปอยู่ในห้องทำงานเพื่อให้การพิมพ์ และเขียนเป็นไปอย่างชัดเจน แต่ถ้าต้องการอ่านหนังสือก็อาจจะต้องใช้แสงไฟโทนขาวนวลที่เป็นโคมขนาดเล็ก ส่องมาที่หนังสือเพื่อให้อ่านได้อย่างชัดเจนและไม่ทำให้เสียสายตามากเกินไป

โคมไฟเพดานสีขาวสว่างในโซนห้องน้ำ

เพื่อให้สามารถส่องเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัว ทั้งเครื่องใช้และของใช้ในห้องน้ำได้ชัดเจน ไม่ก่อให้เกิดอันตรายในการใช้งาน สำหรับผู้หญิงที่มักจะมีการแต่งหน้าในห้องน้ำ ก็ยิ่งควรใช้หลอดไฟที่มีความชัดเจนและสว่างสดใสเพื่อให้สามารถแต่งหน้าออกมาได้สมจริงที่สุด

โคมไฟเพดาน

โคมไฟเพดานในห้องครัว

โทนขาวสว่างเพื่อให้การทำอาหารไม่เกิดการผิดพลาด และสร้างความสุขให้กับพ่อครัวหรือแม่ครัวในช่วงเวลาทำอาหารได้ดีเยี่ยม และแสงขาวสว่างยังช่วยให้มองเห็นคราบสกปรกจากเศษอาหารที่กระเด็นตกหล่นภายในห้องได้ดีอีกด้วย

โคมไฟเพดานสวย คุณภาพดี ลองมองหาหลอดแบบ LED

ปัจจุบันหลอดแบบ LED ได้รับความนิยมสูงมากในการแต่งบ้าน เพราะรูปแบบของหลอดสามารถที่จะเข้าได้กับโคมไฟทุกชนิด และให้แสงสีที่สวยงามได้อย่างหลากหลาย การผลิตหลอด LED จึงถูกใช้งานเพื่อการตกแต่งโดยส่วนใหญ่ เพราะนอกจากการใช้งานที่สะดวก เปลี่ยนง่าย และให้แสงของโคมไฟเพดานสวยๆ หลากสีสันแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการประหยัดไฟกว่าหลอดปกติทั่วไปได้มากถึง 3 เท่า พร้อมการใช้งานที่ยาวนานกว่า 50,000 ชั่วโมง

โคมไฟเพดาน
จึงไม่น่าแปลกใจที่นักออกแบบตกแต่งภายในจะเน้นใช้ไฟจากหลอด LED มาใช้งานไอเดียแต่งบ้านที่สวยแบบหลากอารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยมมากที่สุด ซึ่งการเลือกหลอดไฟ LED และโคมไฟสวยชั้นดี ควรเลือกซื้อจากแหล่งขายที่สามารถไว้วางใจได้ โดยเฉพาะการซื้อผ่านรูปแบบออนไลน์ที่สามารถให้ความสะดวกสบายแก่ผู้ซื้อ ควรสั่งจากแหล่งช้อปปิ้งออนไลน์ที่มีสินค้าหลายแบรนด์และหลายแบบให้เลือกซื้อ พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านอย่างปลอดภัย และมั่นใจในการซื้อขายที่จะไม่ทำให้ผู้ซื้อต้องผิดหวังอย่างแน่นอน…

ศิลปิน ได้เงินส่วนแบ่งเท่าไหร่ต่อ 1 วิว จาก Spotify

ศิลปิน

ศิลปิน ได้เงินส่วนแบ่งเท่าไหร่ต่อ 1 วิว จาก Spotify

ศิลปิน ได้เงินส่วนแบ่งเท่าไหร่

ศิลปิน

ในปัจจุบันวงการบริการสตรีมมิ่งกำลังเติบโตและได้รับ

ความนิยมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถเลือกรับฟัง

ตามที่แต่ละคนชื่นชอบ ทั้ง Tidal, SoundCloud, Deezer,

joox, Apple Music และ Spotify ซึ่งนอกจากผู้ให้บริการ

สตรีมมิ่งเหล่านี้จะได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคแล้ว

บริการเหล่านี้ยังเป็นที่นิยมของศิลปินและค่ายเพลงในการ

เผยแพร่ผลงานเพลงของตนเอง บาคาร่า

โดยสิ่งที่เป็นแรงจูงใจในการสตีมเพลงลงแพลตฟอร์มบริการสตรีมต่างๆ ของศิลปินและค่ายเพลงก็คือส่วนแบ่งที่จะได้รับจากผู้ให้บริการสตรีมมิ่ง โดยเว็บไซต์ digitalmusicnews.com ได้เปิดเผยข้อมูล การแบ่งรายได้ระหว่างบริษัทให้บริการสตรีมมิ่งกับศิลปินพบว่า Spotify คือบริษัทผู้ให้บริการสตรีมมิ่ง ที่แบ่งรายได้ต่อ 1 ยอดวิวให้กับศิลปินน้อยที่สุด อยู่ที่ 12 สตางค์ ต่อการเปิดฟังเพลง 1 ครั้ง ในขณะที่ Deezer, Google Play และDeezer แบ่งรายได้ให้กับศิลปิน 18 สตางค์ และท้ายสุด Tidal ที่แบ่งรายได้กับศิลปินมากที่สุดถึง 19 สตางค์ต่อการเปิดฟังเพลง 1 ครั้ง

โดยศิลปินที่มียอดคนกดฟังเพลงมากที่สุด 5 อันดับแรกใน Spotify ได้แก่ 1) เอ็ด ชีแรน (67.99 วิว), 2) คามิลล่า คาเบโย่ (60.13 วิว), 3) โพสต์ มาโลน (59.05 วิว), 4) ชอว์น เมนเดส (58.71 วิว) และ 5) คาลิด (55.28 วิว) ซึ่งหากคำนวนจากยอดวิวแล้ว เอ็ด ชีแรน จะได้ส่วนแบ่งรายได้อยู่ที่ 7,554,444 ล้านบาท, คามิลล่า คาเบโย่ 6,681,111 ล้านบาท, โพสต์ มาโลน 6,561,111 ล้านบาท, ชอว์น เมนเดส 6,523,333 ล้านบาท และคาลิด 6,142,222 ล้านบาท

ทั้งนี้ถึงแม้ว่า Spotify จะแบ่งรายได้ให้กับศิลปินน้อยที่สุด แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ Spotify ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานก็คือ Spotify มีอัลกอลิธึ่มที่ฉลาด ระบบจะจดจำพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้งาน และนำมาจัดหาเพลงในสไตล์ที่ผู้ใช้งานชอบ นอกจากนี้ Spotify ยังมีจุดเด่นที่มีคุณภาพของเสียงเพลงให้เลือกทั้งแบบ Normal = 96kbps, High = 160 kbps และ Extream 320 kbps ทำให้เสียงเพลงใน Spotify มีคุณภาพสูงกว่าบริการสตรีมมิ่งอื่นๆ นั้นจึงทำให้ Spotify ยังคงเป็นพื้นที่หลักที่ศิลปินและค่ายเพลงยังคงให้ความสำคัญอยู่อย่างมาก…

พระเอกกล้ามแน่น อั้ม อธิชาติ หอบเงินแสนหกให้ คนน้ำท่วมทุกข์หนัก เจอหน้าถึงกับร้องไห้

พระเอกกล้ามแน่น

พระเอกกล้ามแน่น อั้ม อธิชาติ หอบเงินแสนหกให้ คนน้ำท่วมทุกข์หนัก เจอหน้าถึงกับร้องไห้

พระเอกกล้ามแน่น อั้ม อธิชาติ หอบเงินแสนหกให้ คนน้ำท่วมทุกข์หนัก เจอหน้าถึงกับร้องไห้

พระเอกกล้ามแน่น
หล่อจริงจังทั้งภายนอกและภายใน อั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์ พระเอกกล้ามแน่น เพิ่งหอบน้ำใจงาม ลงพื้นที่น้ำท่วมหนักมาก ที่อุบลราชธานีวานก่อน

บาคาร่า

อั้ม อธิชาติ “เมื่อวานเพิ่งไปอุบลฯ น้ำก็เริ่มลดลงนะครับประมาณ 10 เซนติเมตร แต่น้ำท่วมมานานสองอาทิตย์แล้วครับ บางคนก็ต้องอยู่ในบ้านแต่ไฟโดนตัด ต้องคอยเฝ้าบ้าน เพราะขโมยขึ้น

“ที่จุดศูนย์อพยพก็แบ่งกันล็อกๆ เป็นครอบครัว ผมก็รวบรวมของมาจากหลายที่ เช่น จากชลบุรี ฯลฯ ขับรถบรรทุกสองคันขึ้นไปแจก ผมรวบรวมของต่างๆ จากเพื่อนใกล้ๆ ตัว เพราะผมไม่ได้บอกใครเยอะมาก เพราะปุ๊บปั๊บไป แล้วก็รวบรวมเงินไปได้แสนหก เพื่อเอาไปแจกชาวบ้าน อย่างศูนย์อพยพเค้ามานอน ชาวบ้านมานอนที่นี้กว่าสองอาทิตย์ ไม่มีรายได้ แต่เขาต้องอยู่ต้องกิน (น้ำเสียงเศร้ามาก)

“น้ำก็เริ่มลดแล้วแหละ แต่สิ่งที่สำคัญคือกำลังใจ พอเราขับเรือไปถึง บางคนก็…ร้องไห้นะ (น้ำตาซึม) เพราะเค้าออกจากบ้านไม่ได้ บางคนไม่สบายก็ต้องอยู่ที่บ้าน ต้องบอกว่าตอนนี้มีหลายส่วนมากๆ ที่ช่วยกัน อย่างหน่วยงานจิตอาสา ก็ลงพื้นที่กันเยอะ เป็นเรื่องดีมากๆ ที่ใครช่วยอะไรก็ช่วยกันไป (ยิ้มอ่อน)”

มีหลายช่องทางที่จะร่วมด้วยช่วยกัน หรือจะโอนเงินผ่านบัญชี บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ 706 103 7793 ธนาคารกสิกรไทย กระแสรายวัน สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า.…