มารศาสนา มอบตัวแล้ว หลังยิงพระมรณภาพ สารภาพสิ้นพร้อมเผยว่าวิญญาณพระตามหลอกหลอนทุกคืน

มารศาสนา มอบตัวแล้ว สารภาพสิ้นพร้อมเผยว่าวิญญาณพระตามหลอกหลอน

มารศาสนา มอบตัวแล้ว จากกรณีที่เมื่อช่วงสายวันที่ (9 พฤษภาคม) ตำรวจ สภ.แม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง รับแจ้งเหตุพบศพ พระบัณฑิตย์ วัย 69 ปี ถูกยิงมรณภาพมาแล้วหลายวัน บริเวณ กระท่อมกลางป่าท้ายหมู่บ้านสบเมาะ หมู่ที่ 4 ตำบลสบป้าด อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง

ความคืบหน้าล่าสุด (10 พฤษภาคม) เมื่อเวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง นำกำลังเข้าไปจับกุมตัว นายสากล วัย 44 ปี หลังญาติให้มอบตัว ที่บริเวณใกล้กับศาลเจ้าพ่อขุนโต ก่อนนำตัวไปห้องสืบสวน

จากการสอบสวน นายสากล เบื้องต้น ทราบว่า วันเกิดเหตุช่วงเช้าวันที่ 6 พฤษภาคม63 ที่ผ่านมา นายสากลดื่มสุรา เมื่อพระมากลับจากบิณฑบาตก็มาต่อว่าตนเอง ด้วยความโมโห จึงเข้าไปหยิบปืนที่ภายในกุฏิพระ ซึ่งเป็นปืนลูกซองยาว ก่อนที่นำมาจ่อยิงพระจนมรณภาพ

หลังเกิดเหตุได้หลบหนีไปขึ้นไปบนเขาใกล้กับบ้านสถานีและนำปืนไปซ่อนที่พุ่มไม้บนเขา ก่อนจะมาซ่อนตัวในป่าละเมาะที่บริเวณศาลเจ้า ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2-3 กิโลเมตร

ก่อนที่ญาติฝั่งภรรยาจะมาเกลี้ยกล่อมให้มอบตัวกับตำรวจโดยระหว่างที่ซ่อนตัวอยู่ ยอมรับว่าทุกคืนมีวิญญาณพระมารบกวน แต่ตนเองก็ไม่กลัว หลับได้ตามปกติ ก่อนที่จะเข้ามอบตัวกับตำรวจดังกล่าว

เบื้องต้น ทาง ร.ต.อ.ไพโรจน์ ธิแจ้ รองสอบสวน สภ.แม่เมาะ จังหวัดลำปาง แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นแก่นายสากล ก่อนจะควบควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…

พระมรณภาพ พบถูกยิง ด้วยอาวุธปืนลูกซอง สุนัขที่พระเลี้ยงไว้เฝ้าไม่ห่าง ชายที่มาขออาศัย หายตัวพร้อมปืนลูกซอง

พระมรณภาพ พบถูกยิง ด้วยอาวุธปืนลูกซอง ชายที่มาขออาศัยอยู่ด้วยหายตัวลึกลับพร้อมปืน

พระมรณภาพ พบถูกยิง ด้วยอาวุธปืนลูกซอง รายงานจากผู้สื่อข่าวว่า ในเวลา 10.00 น. เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ร.ต.อ.ไพโรจน์ ธิแจ้ รอง สอบสวน สภ.แม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ได้รับแจ้งเหตุว่ามีพระสงฆ์ถูกยิงมรณภาพมาแล้วหลายวัน บริเวณ กระท่อมกลางป่าท้ายหมู่บ้านสบเมาะ หมู่ที่ 4 ตำบลสบป้าด อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง

พระมรณภาพ พบถูกยิง ด้วยอาวุธปืนลูกซอง

เกิดเหตุที่บริเวณหน้ากระท่อม ภายในรถกระบะ นิสสัน ตอนเดียว สภาพเก่ามาก ในที่นั่งคนขับพบศพ พระบัณฑิตย์ วัย 69 ปี สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซอง เข้าที่ศีรษะจำนวน 1 นัด กะโหลกศีรษะหายไปเกือบครึ่ง ร่างเน่าเหม็นทั่วบริเวณ

ชันสูตรเบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน เจ้าหน้าที่จึงนำร่างส่งชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งที่ โรงพยาบาลลำปาง อีกครั้ง นอกเหนือจากนี้ ที่บริเวณกระจกข้างคนขับ พบร่องรอยการเจาะทุของคมกระสุนปืนเป็นรูขนาดใหญ่ ในลักษณะคล้ายกับจ่อยิงจนทะลุกระจก จึงเก็บภาพไว้เป็นหลักฐาน

พระมรณภาพ พบถูกยิง ด้วยอาวุธปืนลูกซอง
จากการสอบถาม ชาวบ้านที่มาพบศพเป็นคนแรก ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำข้าวสาร ไข่ไก่ และมะม่วงแผ่นตากแห้งมาถวายพระ เพราะท่านเคยสั่งไว้ว่าหากไม่ได้ไปบิณฑบาต 3 วัน ก็ให้นำอาหารมาถวายที่กระท่อม กระทั่งเช้าวันนี้เมื่อมาถึงได้กลิ่นเหม็นเน่า เมื่อไปดูที่รถก็พบว่าพระถูกยิงมรณภาพไปแล้วจึงได้แจ้งตำรวจ

ล่าสุด เวลา 18.00 น. นายศรีทวน พาทุม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านสบเมาะ นำลงพื้นที่จุดที่เกิดเหตุ พร้อมเปิดเผยว่า ตอนที่ตนเองมาถึงเห็นสุนัขพันธ์พื้นเมืองที่พระท่านเลี้ยงไว้เฝ้าวนเวียนอยู่ที่รถ และคอยเห่าไม่ให้ใครเข้าใกล้ศพ และมีอาการเศร้าหมอง เห็นแล้วเป็นภาพที่น่าสงสารเป็นอย่างมาก

พระมรณภาพ พบถูกยิง ด้วยอาวุธปืนลูกซอง

สำหรับที่ดินดังกล่าวพระท่านมาซื้อไว้หลายปี ที่ผ่านมาเคยมีชาวบ้านมาร้องเรียนว่าชาวบ้านที่เข้ามาในที่ของท่าน หากดื้อดึงพระก็จะนำปืนมาขู่ ก่อนหน้านี้ เมื่อสิบวันก่อนมีชายวัยประมาณ45-50 ปี มาขออยู่ด้วยกับพระโดยบอกว่าถูกเมียไล่ออกจากบ้าน พระสงสารจึงให้อยู่ด้วย แต่หลังที่เกิดเหตุชายคนดังกล่าวก็ได้หายตัวไป

นอกจากนี้ หน้าต่างกระท่อมยังมีร่องรอยการงัดแงะ หลังเกิดเหตุทราบว่าปืนลูกซองยาว5 นัด และปืนขนาด.22 ของพระได้หายไปด้วย และขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวชายคนดังกล่าวเพื่อมาสอบสวนต่อไป……

ยิ่งกว่าละคร ตำรวจบุกจับคนร้ายบนดอย ด้วยการขี่ รถจักรยานยนตร์วิบาก ตีลังกายิ่งกว่าหนังบู้

ตำรวจบุกจับคนร้ายบนดอย ขี่รถจักรยานยนต์วิบาก ล้อมจับกุม ผู้ต้องหาคดีลักลอบปลูกฝิ่น

ยิ่งกว่าฉากบู๊ในละครหลังข่าว ตำรวจบุกจับคนร้ายบนดอย ด้วยรถจักรยานยนตร์วิบาก จับคนร้าย ผู้ต้องหาคดีลักลอบปลูกฝิ่น บนดอยสูง จังหวัดเชียงใหม่

ตำรวจบุกจับคนร้ายบนดอย

อาใจโหดเหี้ยม ยิงหลานเขย ดับอนาถ ต่อหน้าลูกน้อยและภรรยา

อาใจโหดเหี้ยม ยิงหลานเขย ดับอนาถ

อาใจโหดเหี้ยม ยิงหลานเขย เมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่จังหวัดราชบุรี ร.ต.ท.หญิง ธนพร สี

มะกล่ำ รองสว.(สอบสวน) สภ.โพธาราม ได้รับแจ้งเหตุยิงกันตายและบาดเจ็บ ที่บริเวณปาก

ซอยหรรษา ริมถนนสายเลียบชายคลองครัวต้นตาล หมู่ 9 ต.บ้านฆ้อง อ.โพธาราม

ณ ที่เกิดเหตุบริเวณปากซอยหรรษา ได้พบศพนายมนต์สงบ นาเครือ วัย 52 ปี สวมเสื้อยืด

แขนสั้นสีแดง กางเกงกีฬาขาสั้นสีดำ ลักษณะ นอนตะแคง มีเลือดไหลนองพื้น ถูกยิงด้วย

กระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. เข้าท้ายทอยทะลุลำคอ 1 นัด กระสุนเฉี่ยวหน้าอกเป็นแผล 1 นัด ต้น

ขาซ้ายด้านหลังทะลุ 2 นัด ตาตุ่มเท้าซ้าย 1 นัด

และนอกจากนี้ พบมีดพกขนาดยาว 30 ซ.ม. ตกอยู่ข้างท่อนแขนผู้ตาย ปลอกกระสุนปืนขนาด

9 ม.ม. ตกเกลื่อนพื้นจำนวน 5 ปลอก สแตนเลสตกอยู่ 1 เส้น และรองเท้าแตะ 1 คู่

ห่างออกไปอีกประมาณ 80 เมตร พบกองเลือด 2 กอง เป็นรอยเลือดของ น.ส.นงลักษณ์ แก้ว

ใส่เงิน อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของนายมนต์สงบ ผู้ตาย ถูกยิงได้รับบาดเจ็บแล้ววิ่งไปล้มฟุบ

เพื่อนบ้านจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลโพธาราม และได้ เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ชันสูตรมีรอยถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. เข้าหน้าอกซ้าย 1 นัด ต้นแขนซ้าย 2 นัด ส่วนผู้

ก่อเหตุทราบชื่อนายเชษฎ์ อายุ 49 ปี มีศักดิ์เป็นอาของน.ส.นงลักษณ์ และ นายมนต์สงบ ซึ่ง

เป็นหลานเขย หลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสันหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุ

สื่อสารสกัดจับ และออกสืบสวนติดตาม แต่ยังไม่พบตัว

อาใจโหดเหี้ยม ยิงหลานเขย

สอบสวนนางแก้วกัณญา กันโพนงาม อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นมารดา น.ส.นงรักษ์ และ เป็นแม่ยาย

ของนายมนต์สงบผู้ตาย ในเบื้องต้นให้การว่า ลูกเขยกับลูกสาวมีอาชีพเปิดร้านขายของชำ อยู่

ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 40 เมตร ช่วงกลางวัน เดียวกันนี้ นายเชษฎ์มือปืนที่ก่อเหตุ ซึ่งมีศักดิ์

เป็นน้องสามีของตน ปัจจุบันไม่ค่อยอยู่ที่บ้านในหมู่บ้าน จะไปๆมาๆ เพราะมีภรรยาอยู่ที่อื่น ได้

กลับมาที่นี่และทะเลาะกับนายมนต์สงบลูกเขยเรื่องที่ลูกเขยติดหนี้เขาอยู่ แต่ก็ไม่มีอะไร

รุนแรง

กระทั่งหัวค่ำ ขณะตนทำกับข้าวในครัวก็ได้ยินเสียงทะเลาะของทั้งคู่อีกแต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุ

ร้ายแรงขนาดนี้ สักแปปนึงตนก็ได้ยินเสียงปืนดังติดต่อกันหลายนัด เสียงปืนเงียบลงก็ได้ยิน

เสียงลูกสาวร้องเสียงดังว่าถูกยิงๆ ตนออกมาก็เห็นลูกสาววิ่งอุ้มหลานสาววัย 1 ขวบมาล้มลง

มีเลือดท่วมจึงตะโกนเรียกญาติๆ ให้มาช่วยกันนำลูกสาวส่งโรงพยาบาล และ อุ้มหลานสาวที่

ร้องร่ำไห้ไม่หยุด โชคดีไม่ถูกลูกหลงไปด้วย ส่วนนายเชษฎ์เห็นรีบขึ้นรถยนต์เก๋งขับออกไป

อย่างรวดเร็ว…

สวน ทุเรียนหมอนทองป่าละอู เจอพายุถล่มหนัก เจ้าของถึงกับน้ำตาตก ดูแลทะนุถนอมมา 7 ปี

พายุถล่มหนัก สวน ทุเรียนหมอนทองป่าละอู

สวน ทุเรียนหมอนทองป่าละอู หมู่ 5 บ้านเฉลิมพร ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ล่ม เจอพายุถล่มหนัก หล่นเกลื่อนใต้ต้น เจ้าของถึงกับน้ำตาตก ดูแลทะนุถนอมมา 7 ปี กำลังจะตัดขายชุดแรก พ่อค้ามาให้ราคากิโลละ 150-170 บาท โดนลมพัดเสียหายร่วม 5 หมื่น

ทุเรียนที่เสียหาย อีก 2 เดือนจะตัดขายครั้งแรก หลังจากปลูกมานาน 7 ปี ล่าสุดมีพ่อค้าคนกลาง ได้ติดต่อขอรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 150-170 บาท เพื่อนำไปจำหน่ายปลีกกิโลกรัมละ 200 บาท แต่มาถูกพายุพัดเสียหายหนัก ซึ่งทุเรียนที่หล่นพื้นเหล่านี้บางส่วนจะนำไปคัดเพื่อนำไปทำเป็นทุเรียนทอด นอกจากนั้นจะนำเนื้อทุเรียนแห้งไปทำแกงส้มทุเรียนกับกุ้ง

ที่ผ่านมานอกจากชาวสวนทุเรียนในพื้นที่จะประสบปัญหาภัยแล้งต่อเนื่องแล้ว ยังมีปัญหาโรคระบาด ทำให้ทุเรียนป่าละอูปีนี้ออกสู่ท้องตลาดในปีนี้น้อยกว่าปีที่แล้ว และบางส่วนยังถูกช้างป่าเข้ารบกวน ได้รับความเสียหายอีกด้วย

ทุเรียนหมอนทองป่าละอู

ส่งศพ หนุ่มโดนซ้อม ทหารอุ้มไปซ้อมจนตายชันสูตร เร่งสอบสวนเพิ่ม

ส่งศพ หนุ่มโดนซ้อม จนตาย

ส่งศพ หนุ่มโดนซ้อม  กรณี นายนิวัฒน์ ซ้ายซา อายุ 59 ปี และ นางป่าน ซ้ายซา อายุ 56 ปี สองสามีภรรยา ชาวบ้านยางคำ ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ธาตุพนม เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา และร้องเรียนขอความเป็นธรรมผ่านสื่อ เพื่อเอาผิดกลุ่มชายอ้างเป็นทหารชุดปราบปรามยาเสพติด บุกอุ้มเอาตัวลูกชาย 2 พี่น้อง ที่อยู่ในกระท่อมนาท้ายหมู่บ้าน ในเขตพื้นที่ บ้านยางคำ ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ก่อนหายตัวปริศนา

ต่อมาทราบว่า นายยุทธนา ซ้ายซา หรือด่อน อายุ 33 ปี ลูกชายคนโต ถูกทำร้ายร่างกาย และส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม และเสียชีวิตปริศนาในเวลาต่อมา ส่วนลูกชายอีกคน คือ นายณัฐพงษ์ ซ้ายซา หรือแดง อายุ 29 ปี ถูกนำไปกักตัวไว้ที่ฐานปฏิบัติการทหารชุดเฉพาะกิจปราบปรามยาเสพติดภาคอีสาน ที่ขอใช้พื้นที่บางส่วนของวัดกัณตะศิลาวาส ต.ฝั่งแดง อ.ธาตุพนม เป็นฐานปฏิบัติการ

ภายหลังช่วงเย็นที่ผ่านมา พ่อแม่ของผู้เสียหายทั้ง 2 ราย ได้พาญาติบุกเข้าไปยังฐานปฏิบัติการของหน่วยทหารชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านเกิดเหตุประมาณ 7 กิโลเมตร เพื่อไปทวงถาม ติดตามเอาตัวลูกชายคนที่ 2 กลับคืน โดยทางเจ้าหน้าที่ทหารพยายามยื้อ อ้างว่าทั้ง 2 คนเสพยาเสพติด ทั้งที่ไม่ยอมนำส่งไปดำเนินคดี ใช้เวลานานเกือบ 2 ชั่วโมง จึงยอมปล่อยตัวลูกชายของผู้เสียหายออกมาในสภาพถูกทำร้ายร่างกายจากการซ้อม และนำตัวส่งไปตรวจที่ รพ.สมเด็จพระยุพราชธาตุพนม เบื้องต้นผลตรวจแพทย์ระบุกระดูกซี่โครงหัก 2 ซี่ และมีบาดแผลถูกทำร้ายฟกช้ำทั่วร่างกาย อยู่ระหว่างการตรวจรักษา

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ความคืบหน้าล่าสุด ในส่วนของการดำเนินคดีของตำรวจ พ.ต.อ.ศรีนคร นัยวัฒน์ ผกก.สภ.ธาตุพนม ได้ประสานตำรวจเจ้าของคดีเร่งสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมนำศพผู้เสียชีวิต คือ นายยุทธนา ส่งไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตโดยละเอียดที่สถาบันนิติเวช จ.ขอนแก่น เพื่อนำหลักฐานมาประกอบกับผลตรวจร่างกายของน้องชายอีกคน เพื่อดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ก่อเหตุ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ รอผลตรวจชันสูตร จะสามารถสรุปพยานหลักฐาน เอาผิดกับกลุ่มบุคคลที่ก่อเหตุได้

นางป่าน ระบุว่า หลังเข้าแจ้งความที่ สภ.ธาตุพนม เพื่อขอให้ตำรวจเร่งสอบสวนหาทางเอาผิดกับกลุ่มคนร้าย ที่อ้างเป็นทหารชุดปราบปรามยาเสพติด ที่บุกไปอุ้มนำลูกชายทั้ง 2 คนจากกระท่อมนาท้ายหมู่บ้าน ห่างจากบ้านตนประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อนำไปกักตัวซ้อมที่ฐานปฏิบัติการในวัด เขต ต.ฝั่งแดง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จนกระทั่งลูกชายคนโตบาดเจ็บและเสียชีวิต ส่วนลูกชายอีกคนบาดเจ็บสาหัส โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ตนรับไม่ได้ ถือว่าโหดเหี้ยมมาก

แม่ของหนุ่มเสียชีวิต กล่าวต่อว่า ถึงจะบอกว่าลูกชายทั้ง 2 คนมีความผิดฐานเสพยาเสพติด

แต่บ้านเมืองมีกฎหมาย ไม่ยอมนำส่งตำรวจดำเนินคดี ใช้วิธีซ้อมสุดเถื่อน หนักสุดลูกชายคน

โตถึงตาย ส่วนอีกคนบาดเจ็บ จนต้องบุกไปทวงถามเอาตัวลูกชายคนที่สองกลับมารักษาตัว

ทั้งที่บาดเจ็บสาหัส ถูกซ้อมตั้งแต่คืนวันที่ 17 เมษายน 2563 จนถึงช่วงเย็นวันที่ 18 เมษายน

2563 ยังไม่ส่งไปรักษาจนเกิดเรื่อง ไปทวงถามถึงยอมส่งตัวคืน และส่งไปรักษาที่โรง

พยาบาล ผลตรวจซี่โครงหัก 2 ซี่ง

บิดาของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า จากการสอบถามลูกชายกล่าวอ้างว่า ทั้ง 2 คน ถูกทหารซ้อมสุด

โหด ทั้งเตะทั้งตีสารพัดจนพี่ชายสลบ และนำส่งโรงพยาบาลจนเสียชีวิต โดยให้เหตุผลว่าทำ

ผิดเสพยาบ้า ตนในฐานะเป็นพ่อ ยอมรับการกระทำของลูก บ้านเมืองมีกฎหมาย ทำผิดต้องรับ

ผิดตามกฎหมาย รับได้ ไม่ใช่มาทำร้ายจนตาย มันโหดร้ายเกินไป ฝากถึงหน่วยงานทหาร ผู้มี

อำนาจ ตรวจสอบช่วยเหลือ ตนยืนยันจะเอาผิดให้ถึงที่สุด…

พ่อคลั่งโหด สากทุบหัวลูก 4 ขวบ ดับ

พ่อคลั่งโหด สากทุบหัวลูก ดับ

พ่อคลั่งโหด สากทุบหัวลูก  ..เมื่อช่วงเช้า วันที่ 18 เม.ย.63 พนักงานสอบสวน สน.ภาษีเจริญควบคุมตัว นายจตุพล โพธิ์ชัย พนักงานรับจ้างสูบส้วมบริษัทเอกชน ที่ก่อเหตุใช้สากกะเบือหินตีลูกชายวัย 4 ขวบ เสียชีวิต ในห้องพัก ย่านเพชรเกษม 36 ในข้อหา “ทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย” และ“เสพยาเสพติด” โดยท้ายคำร้องคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญของสังคม อีกทั้งเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี

ขณะตำรวจคุมตัวลงมาเพื่อขึ้นรถนายจตุพล ยังคงมีอาการนิ่งเฉย และเหม่อลอย จากฤทธิ์ของยาเสพติด โดยญาติและลูกสาวอายุ 12 ปี ที่มารอเยี่ยมได้มายืนรอพร้อมนำอาหารมาให้ พร้อมพูดว่า “ขอให้ยอมรับผิด และรับโทษไปตามกฎหมาย และจะมาเยี่ยมตลอด” โดยผู้ต้องหาก็มีท่าทีพยักหน้า

ญาตินายจตุพล กล่าวว่า โดยส่วนตัวรู้ว่านายจตุพล เคยเสพยาเสพติด แต่ก็เลิกมานานแล้ว การกลับมาเสพติดครั้งนี้คาดมาจากความเครียดในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ไม่มีงานเข้ามาแต่ยังต้องมีค่าเช่ารถที่จะต้องจ่ายรายเดือน รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นๆ

โดยปกติแล้วผู้ต้องหา เป็นคนที่รักลูกมาก ไม่เคยทำร้ายลูก ซึ่งครอบครัวมีลูก 3 คน แต่ละคนจะอาศัยกันคนละที่ โดยผู้เสียชีวิตเป็นคนเล็กที่อยู่กับนายจตุพล ส่วนลูกสาวคนกลาง อายุ 12 ปี ที่เดินทางมาเยี่ยมด้วย อยู่กับปู่ย่า นานๆ ครั้งก็จะแวะเวียนไปมาหาสู่กัน

ขณะที่ลูกสาว อายุ 12 ปี กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่รู้จะพูดอะไร แค่อยากฝากบอกกับสื่อมวลชนให้พ่อมาขอขมาศพน้องเท่านั้น.…

ชายผูกคอตายผิดธรรมชาติ รอผลนิติเวช เพื่อประกอบสำนวนคดี

ชายผูกคอตายผิดธรรมชาติ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้

ชายผูกคอตายผิดธรรมชาติ ช่วงเช้า วันที่ 8 เม.ย. พ.ต.ต.ณัฐวุฒิ ปราบคนชั่ว สารวัตร (สอบสวน) สน.พหลโยธิน รับแจ้งพบศพชายผูกคอตายเสียชีวิต ภายในห้องพักเลขที่ 30/1 ชั้นที่ 1 แฟลตตำรวจป่าไม้ ซอยงามวงศ์วาน 54 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เมื่อเดินทางตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตคือ พ.ต.อ.ธีรุตม์เทวัญ มังคละวัชร์ อายุ 50 ปี รอง ผบก.ประจำ บก.กต. (กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจประจำสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ใช้สายพันคาดเอวชุดยูโดรัดคอตัวเองกับคานบนเหนือประตูห้องน้ำเสียชีวิต จากการตรวจสอบในห้องไม่พบร่องรอยการต่อสู้ พบเพียงข้อความสั้นๆ เขียนลงสมุดบันทึกว่า “ขอโทษครับ” ทิ้งไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำร่างส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รพ.ตร.

ต่อมามีการตั้งข้อสังเกตถึงการเสียชีวิตแบบที่ไม่เป็นธรรมชาติ โดยพบว่าผู้ตายมีภาวะสมองบวม เลือดคั่งตาขวา ตาขวามีรอยเขียวช้ำ และยังพบข้อพิรุธอีกหลายจุด โดยในที่เกิดเหตุไม่พบสิ่งที่ใช้ปีน หรือยืนก่อนผูกคอ สภาพศพลิ้นไม่จุกปาก และพบธูป 1 ดอก จุดไว้ที่อ่างล้างหน้าในห้องน้ำ คล้ายทำพิธีสะกดวิญญาณ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 16 เม.ย.2563 ที่ สน.พหลโยธิน พ.ต.อ.อรรถวุฒิ นิวาตโสภณ ผกก.สน.พหลโยธิน กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งที่ผ่านมามีการนำรถยนต์ของผู้ตายมาตรวจหาลายนิ้วมือแฝงไปแล้ว มีการสอบพยานแวดล้อมไปแล้ว รวมถึงหลักฐานอื่นๆ แต่ไม่สามารถเปิดเผย หรือให้ข้อมูลใดๆ ได้ เนื่องจากอาจทำให้เสียรูปคดี ตอนนี้กำลังเร่งทำงานกันอย่างเต็มที่ทั้งฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธินเอง สืบสวนนครบาล ตำรวจ ปทส. กองปราบปราม และทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีการประสานข้อมูลกันตลอดเวลา ส่วนความคืบหน้าในคดีต้องรอให้ทางผู้บังคังบัญชาเป็นผู้ให้ข้อมูลเท่านั้น

ต่อมาเวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางญาติ พ.ต.อ.ธีรุตม์เทวัญ มังคละวัชร์ รวม 3 คน ได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดเสมียนนารี จำนวน 1 รูป มาทำพิธีอัญเชิญวิณญาณบริเวณหน้าห้องพักเลขที่ 30/1 ชั้นที่ 1 แฟลตตำรวจป่าไม้ ซอยงามวงศ์วาน 54 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เพื่อเป็นการปลดปล่อยวิณญาณผู้เสียชีวิตให้ไปสู่สุคติตามความเชื่อ ซึ่งใช้เวลาทำพิธีประมาณ 10 นาที

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการเสนอข่าวผลชันสูตรของสถาบันนิติเวช ว่าสาเหตุการเสียชีวิตของ พ.ต.อ.ธีรุตม์เทวัญ เกิดจากการฆาตกรรม ทางญาติระบุเพียงสั้นๆ ว่า ตนเชื่อตามข่าวที่สื่อนำเสนอออกไป แต่ขอปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ในรายละเอียดเรื่องอื่นๆ ก่อนเดินทางกลับ

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า วันเดียวกันนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เปิดเผยความคืบหน้าคดีดังกล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ได้รับผลรายงานการชันสูตรอย่างเป็นทางการจากสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ แต่ลักษณะการตายของผู้เสียชีวิตเป็นการตายที่ผิดธรรมชาติ ซึ่งน้องสาวของผู้ตายได้มาร้องทุกข์เพราะติดใจการเสียชีวิต ชุดสืบสวนสอบสวนจึงต้องตรวจสอบในทุกประเด็นว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากอะไร

โดยหลังจากนี้จะมีการตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนโดยให้ พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม

รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานสอบสวน และ พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น. รับ

ผิดชอบงานสืบสวน และให้รายงานผลการตรวจสอบในคดีมาที่ บช.น. ทั้งนี้ หากผลการ

ชันสูตรอย่างเป็นทางการออกมาเป็นเช่นไร ก็จะต้องนำมาประกอบในการสืบสวนสอบสวน

เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีน้ำหนัก หรือผลทางการคดีมาก

น้อยเพียงใด เพราะต้องนำหลักฐานอื่นๆ มาประกอบการพิจารณา ยืนยันว่าตำรวจไม่มีแรง

กดดันหรืออุปสรรคในการสืบสวนสอบสวนมาจากฝ่ายใด

มีรายงานข่าวแจ้งว่า จากการสืบสวนพบว่าตั้งแต่ที่ผู้ตายเข้าห้องพักไปหลังช่วง 22.00 น. ก็

ไม่ได้ออกมาจากห้อง หรือมีบุคคลอื่นเข้าไปภายในห้อง อีกทั้งจากการสอบสวนพยานซึ่งเป็น

ผู้ที่พักอาศัยในชั้นเดียวกัน ก็ไม่ได้ยินเสียง หรือพบเหตุน่าสงสัย ทั้งนี้ ต้องรอผลการตรวจ

สอบผลดีเอ็นเอ และลายนิ้วมือแฝงภายในห้องว่ามีของบุคคลอื่นหรือไม่.…

จับช่างช่อมรถ ฝืน เคอร์ฟิวไปซื้อใบกระท่อม ซวยหนัก ค้นห้องเจอปืน

จับช่างช่อมรถ ฝืน เคอร์ฟิว ได้เงิน5 พัน ต่อยอดเล่นไฮโล หมดตัว

จับช่างช่อมรถ ฝืน เคอร์ฟิว  …   เมื่อช่วงเช้า วันที่ 12 เม.ย.63 พ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ

ผกก.สน.คลองตัน พ.ต.ท.วชิรากรณ์ วงศ์บุญ รองผกก.สส.สน.คลองตัน และฝ่ายสืบสวน

สน.คลองตัน เปิดเผยผลการจับกุม นายชัยชาญ ย่อมดอน อายุ 30 ปี ช่างซ่อมรถ จยย. พร้อม

ของกลาง ปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน 16 นัด และใบ

กระท่อมสด 55 ใบ ถูกจับกุม ภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 47 ถนนสุขุมวิท 71 แขวงคลองตัน

เหนือ เขตวัฒนา กทม.โดยเมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 11 เม.ย. ขณะฝ่ายสืบสวนออกตรวจ

ตราความเรียบร้อย หลังเวลาที่ประกาศตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินห้ามออกนอกเคหสถาน พบผู้

ต้องหากำลังเดินอยู่กลางซอยดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปชี้แจงพร้อมขอตรวจค้นถุง

พลาสติกที่ถือมา พบใบกระท่อม 55 ใบ พร้อมขยายผลตรวจค้นห้องพักพบปืนและกระสุนของ

กลาง นายชัยชาญ สารภาพว่า ไปซื้อใบกระท่อมจะมาต้มกิน ซึ่งเป็นเวลาเคอร์ฟิว จึงรีบเดิน

กลับที่พักแต่ถูกจับก่อน ส่วนปืนและกระสุนปืน เก็บไว้ใช้ป้องกันตัว

เบื้องต้นแจ้งข้อหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับ

อนุญาต” และ “มียาเสพติดประเภท 5 (พืชกระท่อม)ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฏหมาย”

ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป.…

สารภาพ สิ้น เหตุ ฆ่าหมกป่าหลานเมียเก่า เด็กพูดประโยคเดียวทำสติหลุด

เด็กพูดประโยคเดียวทำสติหลุด สารภาพ สิ้น เหตุ ฆ่าหมกป่าหลานเมียเก่า

เด็กพูดประโยคเดียวทำสติหลุด     ….  ในวันที่ 7 เม.ย.63 เมื่อเวลา 11.30 น. พ.ต.อ.ฐิตวัฒน์

สุริยะฉาย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ได้นำกำลังเจ้าหน้าตำรวจสืบสวนภาค 2

สืบสวนจังหวัดชลบุรี สืบสวนหนองขาม และสืบสวนศรีราชา นำกำลังจำนวนกว่า 20 นาย บุก

เข้าไปจับกุมตัวนายวัน สัญชาติเมียนมา ที่ก่อเหตุสังหารเด็กชายธนวัต อายุ 11 ปี ซึ่งเป็น

หลานของอดีตภรรยาที่เลิกรากันเสียชีวิตในป่าหญ้า เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยไล่กล้อง

วงจรปิดจนพบว่าหลังก่อเหตุผู้ต้องหานั่งรถสองแถวหลบหนีข้ามพื้นที่เข้ามาในตัวเมือง

ศรีราชา มากบดานที่บ้าน ซอยท่าเรือจรินทร์ ซึ่งผู้ต้องหาเคยมาทำงานที่บริเวณดังกล่าว และ

หลอกเพื่อนว่าได้เลิกรากับแฟนจะมาขออาศัยอยู่ด้วย 2-3 วัน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้

นำตัวสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรศรีราชา ก่อนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรหนองขาม

มารับตัวไปดำเนินคดีต่อไป

หลังจากนั้น ที่สถานีตำรวจภูธรหนองขาม พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค

2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประการ ประจง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ได้เดินทางมาสอบ

ปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเอง โดยนายวัน ให้การยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่า

กระทำไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ เนื่องจากในวันดังกล่าวประมาณ 08.30 น.ของวันที่ 5 เม.ย. นาย

วันได้เดินทางมาที่บ้านของนางชื้น ซึ่งเป็นภรรยาของนายวัน และเป็นยายของเด็กชายธนวัต

ผู้เสียชีวิต แต่ไม่พบกับนางชื้น พบแต่เด็กชายธนวัตอยู่ในบริเวณบ้าน นายวันจึงถามหายาย

ชื้น แต่เด็กชายธนวัตตอบว่าไม่อยู่และพากันออกไปตามหา  ระหว่างนั้นเด็กชายธนวัตบอก

นายวันว่า

“มาทำไมไม่มีใครเค้าอยากยุ่งด้วย”

ทำให้นายวันเกิดความโมโห จึงใช้มีดพร้าที่พกมาเตรียมมาฟันเข้าที่คอและที่ศีรษะอย่างแรง

จนเด็กชายธนวัตเสียชีวิต ก่อนจะนำศพขึ้นไปอำพรางบริเวณริมสระน้ำ ก่อนหลบหนีไปบริเวณ

เขายายมุ้ง หมู่บ้านโค้งดารา ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา ก่อนจะขึ้นรถสองแถวมาลงที่ท่า

เรือจรินทร์ โดยใช้ชีวิตตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนชาวบ้านในซอยก็ไม่รู้ว่าเป็นนาย

วัน คนร้ายฆ่าเด็ก 11 ขวบ

ซึ่งเบื้องต้นนายวันให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และขอโทษกับญาติผู้เสียชีวิตด้วย

อ้างว่าที่ทำไปเพราะบันดาลโทสะ ส่วนที่เคยขู่ว่าจะฆ่าให้หมดทั้งบ้านนั้น ไม่เป็นความจริง ซึ่ง

เจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ขอนำตัวผู้ต้องหาไปทำ

แผนประกอบคำรับสารภาพ เนื่องจากมีชาวบ้านมารอดูการทำแผนเป็นจำนวนมาก เกรงว่าผู้

ต้องหาจะไม่ปลอดภัย…