เลโอนาร์โด้ไม่พอใจ “ซีดาน” แอบจีบ “เอ็มบัปเป” ผ่านสื่อ

แอบจีบ คีเลียน เอ็มบัปเป

ผู้บริหารระดับสูงของเปแอสเช แสดงความไม่พอใจอย่างมาก หลังนายใหญ่ของราชันชุดขาว แอบจีบ “คีเลียน เอ็มบัปเป” ผ่านสื่อแบบไม่ปิดบัง

เอ็มบัปเป
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 8 พ.ย.ว่า ผู้อำนวยการสโมสรปารีส แซงต์ แชร์แมง ออกมาแตะเบรกกุนซือใหญ่ของเรอัล มาดริด หลังตามจีบนักเตะในสังกัดออกสื่ออย่างน่าเกลียด

ซีเนดีน ซีดาน ได้ให้สัมภาษณ์สื่อ ก่อนเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกกับ กาลาตาซาราย โดยหนุนหลังให้ คีเลียน เอ็มบัปเป ทำตามความฝันในวัยเด็ก ด้วยการย้ายมาไล่ล่าความสำเร็จกับ เรอัล มาดริด ในอนาคตอันใกล้

เอ็มบัปเป

ทำให้ล่าสุด เลโอนาร์โด ผู้บริหารระดับสูงของเปแอสเช ออกอาการหงุดหงิดพร้อมตอบโต้ ซีดาน ว่า “มันออกจะน่ารำคาญเล็กน้อย แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นหรอกนะ เอ็มบัปเปคือผู้เล่นที่สำคัญมากสำหรับเรา และตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่จะทำให้เขารู้สึกหวั่นไหว”

“เอ็มบัปเปยังเหลือสัญญากับเราอีก 2 ปีครึ่ง ดังนั้นการจะพูดถึงเรื่องความต้องการ หรือความฝันของเขาในทุก ๆ ครั้ง ไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ ถ้าเราหยุดเรื่องนี้ได้ก็จะหยุด”

เคล็ดลับฮวงจุ้ย โต๊ะทำงาน ปรับเปลี่ยนอย่างไร ให้มั่นใจเสริมความสำเร็จ ในการทำงาน

เคล็ดลับฮวงจุ้ย

เคล็ดลับฮวงจุ้ย สร้างความมั่นใจ ความสำเร็จ ในหน้าที่การงานของเรา

เคล็ดลับฮวงจุ้ย ความเครียดจากการทำงานเป็นปัญหาหลักของคนเมือง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเนื้องาน หรือความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ แล้วคุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่างานของคุณจะสำเร็จ เรามีตัวช่วยเกี่ยวกับเรื่องฮวงจุ้ย ซึ่งเป็นความเชื่อที่อาจจะช่วยให้งานของคุณสำเร็จก็เป็นได้

เคล็ดลับ ฮวงจุ้ย โต๊ะทำงาน ปรับเปลี่ยนอย่างไร
เคล็ดลับฮวงจุ้ย
1. วางคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเลคทรอนิคไว้ทางด้านซ้ายมือ
เคล็ดลับง่ายๆในการจัดฮวงจุ้ยคือการดึงดูดความโชคดีและพลังงานในเชิงบวกเข้ามาในที่ทำงาน วิธีที่แนะนำคือให้วางอุปกรณ์มือถือ คอมพิวเตอร์ ไว้ทางด้านซ้ายมือของคุณ เหตุผลคือด้านซ้ายเป็นตำแหน่งของมังกรที่จะนำความเจริญรุ่งเรืองและความสามัคคีมาให้ ส่วนทางด้านขวามือเป็นตำแหน่งของเสือขาวที่จะดึงดูดความท้าทายในการทำงานมากขึ้น

2.ใช้ต้นไม้เพิ่มพลังบวกให้โต๊ะทำงาน
ถ้าตำแหน่งที่นั่งทำงานของคุณอยู่ด้านหลังมุม ให้หาต้นไม้เล็กๆ มาวางไว้บริเวณด้านหน้าโต๊ะทำงานของคุณเพื่อนำพลังบวกมาให้ ซึ่งมันทำให้คุณทำงานได้ดีขึ้น พร้อมทั้งช่วยเรื่องสุขภาพและความแข็งแกร่งให้กับคุณ แต่ไม่แนะนำให้ใช้ต้นกระบองเพชร หรือต้นไม้ที่มีหนาม หรือมีดอกมากจนเกินไป เพราะมันอาจเป็นอุปสรรคมากกว่าเป็นเรื่องของการช่วยเหลือ อีกทั้งไม่ควรใช้ต้นไม้ปลอมเนื่องจากจะนำพลังลบเข้ามามากกว่า

เคล็ดลับฮวงจุ้ย

3.เปิดเพลงฟังขณะทำงานด้วยลบพลังด้านลบ
ก่อนอื่นคุณต้องแน่ใจก่อนว่าเสียงเพลงของคุณจะไม่สร้างความรำคาญให้กับใคร แต่อย่างไรก็ตามแต่ละคนก็คตอบสนองต่อเพลงได้แตกต่างกัน เพราะบางคนอาจพบว่าเพลงร็อคมีบทบาททำให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จและเดินหน้าได้เป็นอย่างดี หรืออีกทางหนึ่งการเปิดเพลงจะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกพึงพอใจ และสามารถปิดการขายได้เป็นอย่างดี

4.เคล็ดลับฮวงจุ้ย หลีกเลี่ยงบริเวณที่นั่งทำงานที่เผชิญหน้ากับเหลี่ยม หรือมุมแหลม
ก่อนอื่นเช็กให้ชัวร์ว่าที่นั่งทำงานของคุณไม่ต้องเผชิญกับความเป็นเหลี่ยม มุม เช่นเสาของอาคาร หรือกำแพงอื่นๆ เพราะมันจะเป็นการเชิญพลังลบเข้ามาภายในโต๊ะทำงานของคุณ ซึ่งจะทำให้เกิดอาการปวดหัว ไมเกรน ปวดเมื่อย สร้างแรงกดดัน หรือทำให้คุณมีความทุกข์ วิธีแก้ไขคือให้หาของมากั้นบริเวณที่โต๊ะเผชิญหน้ากับมุมเหล่านั้นเช่นชามใส่เกลือ หรือตะเกียง (ในกรณีที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายโต๊ะทำงานได้)

เคล็ดลับฮวงจุ้ย

5.วางคริสตัลไว้ทางขวามือ
การวางคริสตัลไว้ทางมุมขวาของโต๊ะทำงานจะช่วยสลายพลังงานที่ก่อให้เกิดความเครียดลงได้ นอกจากนี้ยังสามารถลดการถูกโจมตีจากคนที่มีเล่ห์เหลี่ยม แต่ในขณะเดียวกันก็จะช่วยดึงดูดผู้ที่มีพระคุณให้เข้ามาช่วยเหลือคุณในเรื่องการทำงาน และคุณอย่าลืมทำความสะอาดคริสตัลอย่างสม่ำเสมอ

6.มีฉากกั้นระหว่างโต๊ะทำงานกับประตู
หากโต๊ะทำงานของคุณหันหน้าไปทางประตู ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีฉากกั้นเล็กๆ เพื่อป้องกันพลังที่จะพุ่งตรงมายังโต๊ะทำงานของคุณ ซึ่งพลังงานเหล่านี้อาจทำให้คุณรู้สึกไม่มีสมาธิในการทำงาน หรือไม่สามารถจดจ่ออยู่กับงานของตัวเองได้อย่างเต็มที่ แต่หากเป็นสำนักงานของคุณเองก็สามารถติดม่านกั้นแทนได้

เคล็ดลับฮวงจุ้ย

7.เคล็ดลับฮวงจุ้ย วางโคมไฟสีแดงไว้ให้หันหน้าไปทางทิศใต้
เช็กให้แน่ใจว่าคุณวางโคมไฟหรือสิ่งที่มีสีแดงไว้ทางทิศใต้ของโต๊ะของคุณ เพื่อดึงดูดเรื่องของชื่อเสียงและความสำเร็จ สีแดงที่นำมาใช้นั้นควรเป็นสีแดงที่สดใสเพื่อช่วยส่งเสริมเรื่องโชคลาภของคุณ

8.วางของที่มีลักษณะเป็นน้ำที่มุมขวาของโต๊ะทำงาน
ถ้าเป็นไปได้ให้คุณวางของ ของตกแต่งที่มีลักษณะเป็นน้ำไว้ทางทิศเหนือของบ้าน หรือสำนักงานของคุณเพื่อเปิดใช้งานโอกาสให้การทำงานดีขึ้น พยายามหลีกเลี่ยงน้ำนิ่ง ให้พิจารณาน้ำพุที่มีระบบน้ำไหลหรือแม้แต่ตู้ปลาที่มีกระแสน้ำไหล สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณโชคดี

เคล็ดลับฮวงจุ้ย

9.จัดโต๊ะทำงานให้เรียบร้อยทุกครั้งหลังเลิกงาน
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณจัดโต๊ะทำงานเรียบร้อยทุกครั้งหลักเลิกงาน เพราะหากเราปล่อยให้โต๊ะรกรุงรังในตอนเย็นอาจทำให้เกิดการสะสมของพลังงานลบ นอกจากนั้นยังทำให้จิตใจไม่แจ่มใสในระหว่างการทำงานอีกด้วย

10.หลีกเลี่ยงการแขวนกระจกไว้ในสำนักงาน
พยายามหลีกเลี่ยงการแขวนกระจกไว้ในสำนักงานหรือพื้นที่ทำงาน โดยเฉพาะการแขวนไว้ด้านหลังของคุณ นอกจากนี้ก็ไม่ควรแขวนภาพหรืออะไรก็ตามที่ทำหน้าที่เหมือนกระจกเงา หากต้องการใช้กระจกเช็กความสวยงามแนะนำให้พกเป็นกระจกขนาดเล็กแบบพกพาแทน

วิธีการปลูก ดอกพิทูเนีย พันธุ์แปลก สวยดึงดูดสายตา ราวกับทางช้างเผือก

ดอกพิทูเนีย
ดอกพิทูเนีย  สวยดึงดูดสายตา ขอเอาใจคนรักต้นไม้ พรรณไม้สายไม้ดอก ไม้ประดับให้แช่มชื่นจิตใจกันเสียหน่อย เมื่อบนโลกกลมๆ ใบนี้ มีไม้ดอกอยู่มากมายหลายสายพันธุ์ ที่งดงามและแตกต่างกันด้วยรูปทรง สีสัน และ ขนาด แต่ก็มีไม้ดอกไม่กี่ชนิดนักหรอกที่จะโดดเด่นและแตกต่าง หลายๆ คนคงเคยเห็น ดอกพิทูเนีย กันมาบ้าง เป็นไม้ดอกที่นิยมปลูกแขวนกระถาง เพราะดูแลง่าย ให้ดอกเยอะ และดอกมีขนาดใหญ่ฟู่ฟ่า โดดเด่น แต่สายพันธุ์ที่เราจะแนะนำในวันนี้คือ สายพันธุ์ Night Sky Petunia  ที่มีกลีบดอกสีม่วงและจุดด่างสีขาวเหมือนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่จะเห็นทางช้างเผือกได้ชัดเจน

ดอกพิทูเนีย พันธุ์แปลก สวยดึงดูดสายตา

ดอกพิทูเนีย

ชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์สำหรับสายพันธุ์นี้คือ Petunia cultivars ซึ่งช่อดอกจะมีความงดงามที่คล้ายกับท้องฟ้าในคืนที่มีดาวพร่างพราย จึงได้ชื่อสามัญว่า Night Sky Petunias โดยสายพันธุ์นี้จะมีลำต้นสูงถึง 16 นิ้ว และมักจะเบ่งบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และ ฤดูร้อน ทำให้เป็นดอกไม้ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักจัดสวนและคนรักไม้ดอก
ดอกพิทูเนีย
แล้วปลูกอย่างไรจึงจะได้ลายนี้ เว็บไซต์ Burpee แนะนำว่า อุณหภูมิที่แตกต่างกันอย่างมาก ระหว่างเวลากลางวัน และ เวลากลางคืนจะทำให้เกิดจุดด่างสีขาวขึ้นบนกลีบ  ดังนั้นการปลูกให้ได้ลายเช่นนี้ จึงจำเป็นต้องควบคุมอุณหภูมิให้อบอุ่นสัก 100 องศาฟาเรนไฮต์ และ ลดอุณหภูมิในยามกลางคืนเหลือเพียง 50 องศาฟาเรนไฮต์ ก็จะทำให้เกิดจุดด่างสีขาวตามกลีบได้ค่ะ
ดอกพิทูเนีย

ข้อดีในการปลูกพิทูเนีย

 

1. พิทูเนีย เป็นไม้หลายฤดู (แม้ว่าขณะนี้ จะนิยมปลูกเป็นไม้ฤดูเดียว) ที่มีความทนทาน มีชีวิตอยู่ได้ยืนยาวกว่าไม้ดอกล้มลุกอื่น ๆ
2. การย้ายกล้าพิทูเนียทำได้ง่ายกว่าไม้ดอกชนิดอื่น ๆ
3. สามารถทำให้ฟื้นได้ง่ายและเร็วกว่าไม้ดอกชนิดอื่น หรือแม้ว่าบานดอกไปชุดหนึ่งแล้ว ตัดแต่งและเลี้ยงดูใหม่ก็ยังเจริญเติบโตและให้ดอกชุดต่อไปอีกได้
4. ทนแล้งได้ดี แต่ไม่ทนแฉะหรือชื้นมาก
ดอกพิทูเนีย

ต้นพิทูเนีย สามารถปลูกได้ 2 วิธีให้เลือกดังต่อไปนี้ค่ะ

ดอกพิทูเนีย
1. ใช้เมล็ดปลูก
เมล็ดของพีทูเนียมีขนาดเล็กมาก คือประมาณ 185,000-200,000 เมล็ดต่อน้ำหนัก 1 ออนซ์ แล้วแต่พันธุ์ เนื่องจากขนาดเมล็ดค่อนข้างเล็กมาก ฉะนั้นจึงต้องใช้ความ ระมัดระวังเป็นอย่างมาก ที่จะเพาะเมล็ดให้ได้ต้นเต็มตามจำนวนที่ควรจะได้
ดินที่ใช้สำหรับเพาะเมล็ดจะต้องเป็นดินค่อนข้างจะละเอียด สะอาด และปราศจากเชื้อโรค ใช้ทรายก่อสร้างที่ร่อนแล้วผสมกับปุยมะพร้าว (ที่นำเอาเส้นใยไปใช้แล้ว เหลือเฉพาะปุ๋ย) ในอัตราส่วน 1 : 1 คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วผสมน้ำให้ชื้นพอประมาณ ไม่ถึงขั้นแฉะนะคะ
กระบะที่ใช้เพาะเมล็ด จะใช้ลังเก่า หรือตะกร้าพลาสติคโปร่ง ๆ ก็ได้ค่ะ บรรจุทรายที่ผสมกับปุ๋ยมะพร้าว และเคล้ากับน้ำให้ชื้น แล้วใส่ลงไปในกระบะประมาณ 2/3 เกลี่ยให้ผิวหน้าเรียบเสมอกันมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แล้วทำร่องตามยาว ลึกประมาณ 1/2 ซม. โดยให้ร่องห่างกันประมาณ 1 นิ้ว (จะได้ประมาณ 7-8 ร่องต่อกระบะ) นำเมล็ดที่จะเพาะประมาณ 500 เมล็ด ผสมกับทรายที่ร่อนแล้วประมาณ 2 ช้อนชา คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วค่อย ๆ หยอดเมล็ดลงไปตามร่องที่ทำไว้ทั้ง 7-8 ร่อง ให้แต่ละร่องได้รับเมล็ดเท่า ๆ กัน เสร็จแล้วกลบร่องด้วยทราย และปุยมะพร้าวที่ผสมไว้แล้วตบเบา ๆ ด้วยท่อนไม้เล็ก ๆ เช่น แปรงลบกระดานดำ รดน้ำด้วยฝักบัวที่มีหัวละเอียด ๆ จนเปียก ปิดด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ หรือกระดาษอะไรก็ได้ โดยให้ขนาดของกระดาษเท่ากับกระบะหรือตะกร้าพอดี (ไม่ใหญ่จนเหลือเป็นขอบกระดาษขึ้นมา หรือเล็กจนปิดทรายปุยมะพร้าวไม่มิด) แล้วรดน้ำไปบนกระดาษจนเปียก และรดน้ำเช้า – เย็นต่อไปอีก 3-4 วัน หลังจาก 3 วันไปแล้ว ก่อนจะรดน้ำ ควรเปิดกระดาษออกสำรวจดูว่า เมล็ดพิทูเนียงอกทั่วกันหรือยัง ถ้ายังและจำนวนที่งอกใกล้เคียงกับที่ใช้เพาะลงไปหรือไม่ (500 เมล็ด) ถ้าปรากฎว่ายังงอกไม่ครบ หรือยังไม่ใกล้ เคียงกับจำนวนที่กะไว้ (ถ้าเป็นเมล็ดใหม่และมี คุณภาพดีจะมีเปอร์เซ็นต์ความงอกประมาณ 85% คือประมาณ 420 ต้น) ควรจะปิดกระดาษไว้คงเดิม และรดน้ำบนกระดาษเช้า-บ่าย ต่อไปอีก 2-3 วัน เมื่อได้สำรวจดูว่าจำนวนที่งอกใกล้เคียงกับที่กะไว้ ให้เอากระดาษออกแล้วปิด ด้วยกระจกใสแทน ทั้งนี้เพื่อที่จะช่วยรักษาความชื้นไว้ ถ้าไม่ปิดด้วยกระจก ทำให้ดินแห้งเร็วเกินไป ต้องรดน้ำบ่อย ๆ ทำให้ต้นกล้าช้ำ และเน่าตายในที่สุด แต่ถ้าปิดด้วยกระจกจะช่วยลดปริมาณน้ำที่รด ควรรดตามความจำเป็น
เนื่องจากพิทูเนียมีข้อดีและได้เปรียบกว่าดอกไม้ชนิดอื่น ๆ มากตรงที่ว่าสามารถทนต่อการย้ายได้ดีกว่า หลังจากเพาะแล้วประมาณ 10-12 วัน (ไม่ควรเกิน 15 วัน ขนาดของต้นพิทูเนียเท่าจอกแหนเล็ก ๆ) โดยใช้ดินสอดำและปากคีบช่วยเป็นเครื่องมือในการย้าย ถ้าทำได้และทำด้วยความระมัดระวัง พิทูเนียจะโตวันโตคืนยิ่งกว่าทิ้งต้นไว้ในกระบะเพาะ รอจนเกิดใบจริง ดังที่นิยมทำกันอยู่ Medium ที่ใช้สำหรับย้ายกล้าในระยะนี้ ยังคงใช้ทรายกับปุยมะพร้าว ในอัตราส่วน 1: 1 อยู่เช่นเดิม ระยะปลูก 1” X 1” และเริ่มผสมปุ๋ยใบ (foliar fertilizer) ลงไปในน้ำอย่างเจือจางที่ใช้รดทุกวัน
ดอกพิทูเนีย
2.ใช้ยอดปักชำ
วิธีการขยายพันธุ์โดยวิธีนี้ ปกติจะไม่นิยมเพราะได้จำนวนต้นน้อยกว่าการขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด และเนื่องจากพีทูเนียเป็นพืชที่ค่อนข้างจะมีเนื้ออ่อน และอวบน้ำ (Soft wood) และยังมีขนอ่อน ๆ ขึ้นอยู่ทั่วไปตามต้น กิ่งก้าน และใบ ทำให้เกิดปัญหาในการปักชำ เพราะจะทำให้ต้นเน่าได้ง่าย โดยเฉพาะในแปลงปักชำที่ใช้ระบบการให้น้ำแบบพ่นหมอก ถ้าจะเลี่ยงควรปักชำในกระบะหรือกระถางแล้วหุ้มกระบะหรือกระถางด้วยถุงพลาสติค เพื่อรักษาความชื้น พร้อมกับมีระบบการให้น้ำก้นกระถาง (Sub-irrigation) ยอดพิทูเนียที่ใช้ชำมีขนาดประมาณ 3 นิ้ว ก็เพียงพอ ถ้าจะให้ดีควรจุ่มยากันรา และผึ่งให้แห้งก่อนปักชำ ใช้เวลาประมาณ 8- 12 วัน พิทูเนียจะออกรากแล้วย้ายปลูกได้
ใครปลูกสำเร็จตามวิธีที่แนะมาแล้วล่ะก็ อย่าลืมมาบอกเล่าให้ชาวเราได้ชื่นชมกันหน่อยน๊า แอดจะได้ชื่นใจว่า คำแนะนำที่ให้ไปแล้วใช้ได้ผลดีจริงๆ 

จัดระเบียบบ้านด้วย 6 วิธีง่าย ๆ ความสะอาด แบบระยะยาวมาฝากกัน

สาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้หลายคนมองว่างานบ้านเป็นเรื่องยากคือ การทำความสะอาด ผิดวิธี ไม่มีวิธีจัดการที่ถูกต้อง หรือทำความสะอาดไปแล้วไม่นานก็กลับมาอยู่ในสภาพเดิมจนรู้สึกท้อ และเหนื่อย การทำความสะอาดที่ผิดวิธีนั้น ทำให้การทำความสะอาดนั้นใช้เวลานานและยังไม่สะอาดอีกต่างหาก ดังนั้น วันนี้เรามีวิธีการทำ ความสะอาด ง่าย ๆ แต่สามารถทำให้บ้านของคุณสะอาด แบบระยะยาวมาฝากกัน

จัดระเบียบบ้านด้วย 6 วิธีง่าย ๆ

แบบระยะยาวมาฝากกัน
1. จัดแบ่งสิ่งของตามการใช้งาน
วิธีที่ช่วยจัดการของที่ปะปนกันอยู่ตรงหน้าได้ดีที่สุดคือ การจัดของตามการใช้งาน และนำของที่ไม่ได้ใช้แล้วไปทิ้ง หรืออาจจะจัดของตามกลุ่มหรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกัน หลังจากนั้นเก็บของตามความถี่ของการใช้งาน อย่างเช่น เก็บของที่ใช้บ่อย ๆ ไว้ในที่หยิบใช้สะดวก ส่วนของที่ไม่ค่อยได้ใช้ หรือใช้นาน ๆ ครั้งเก็บเอาไว้ตรงพื้นที่ด้านในสุด เพื่อความเป็นระเบียบ
2. หลีกเลี่ยงสิ่งของที่แตกหัก
สิ่งของที่แตกหักไปแล้วไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถซ่อมแซมให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ โดยเฉพาะจาน ชาม และเครื่องแก้วต่าง ๆ สิ่งของเหล่านี้หากคุณพบจุดที่มีการชำรุดหรือแตกหักควรเปลี่ยนไปใช้อันใหม่ทันที เพื่อป้องกันอันตราย อีกทั้งตามหลักฮวงจุ้ยสิ่ง สิ่งของที่แตกหักเหล่านั้นจะเป็นการนำเรื่องไม่ดีมาสู่บ้านของคุณด้วย เพราะฉะนั้นอย่าลืมตรวจสอบจุดชำรุดบนสิ่งของและของใช้กันบ่อย ๆ ด้วย
3. ยิ่งน้อยชิ้นยิ่งเป็นเรื่องดี
สำหรับการตกแต่งบ้านการใช้ของน้อยชิ้นได้มากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นผลดีกับบ้านของคุณมากเท่านั้น เพราะนอกจากจะสะดวกต่อการทำความสะอาดบ้านแล้ว ยังลดการจับตัวของฝุ่นและเศษสิ่งสกปรกด้วย โดยเฉพาะบริเวณซอกมุกต่าง ๆ ของห้องและบนสิ่งของต่าง ๆ  ทำให้ลดเวลาการทำงานบ้านให้สั้นลง ส่วนใครที่เผลอตกแต่งบ้านไปแล้ว อาจจะเก็บของประดับบางส่วนเอาไว้ใช้สำหรับผลัดเปลี่ยนกับของเดิมก็ได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้งานและเปลี่ยนบรรยากาศในบ้าน
4. จัดเก็บไว้ที่เดิม
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้สิ่งของภายในบ้านสูญหายบ่อย ๆ ก็คือ สมาชิกภายในบ้านเปลี่ยนสถานที่วางบ่อยครั้ง หรือใช้ของเสร็จแล้วไม่นำมาเก็บไว้ที่เดิม หลังจากนี้ควรขอความรวมมือจากสมาชิกภายในบ้านและตัวคุณเอง จัดเก็บของให้เป็นที่และนำมาวางไว้ที่เดิมหลังจากการใช้งาน นอกจากนี้อาจจะเขียนชื่อสิ่งของกำกับเอาไว้บนฝากล่อง หรือบนชั้นวางด้วย เพื่อช่วยเตือนความจำ
5. ทำความสะอาดบ้านเป็นประจำ
การความสะอาดไม่เพียงจะทำให้บ้านของคุณน่าอยู่เท่านั้น แต่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่าง ๆ ที่เกิดจากฝุ่นละอองอีกด้วย โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับระบบการหายใจ นอกจากนี้การทำความเป็นประจำลดการสะสมและการก่อตัวของก้อนฝุ่น สิ่งสกปรก ใยแมงมุม และสัตว์ที่ไม่พึงประสงค์ อย่างเช่น แมลงสาบกับหนูอีกด้วย ดังนั้นหากเป็นไปได้ควรทะความสะอาดทุกวัน หรือสัปดาห์ละ 1 ครั้งเป็นอย่างน้อย
6. รักษากระจกและเครื่องแก้วให้สะอาด
เพราะเป็นจุดที่สามารถสังเกตได้ง่ายที่สุด ดังนั้นหากแก้ว จานชาม หรือกระจกภายในบ้านของคุณไม่สะอาดก็จะทำให้ส่วนอื่น ๆ ของคุณดูสกปรกไปด้วย เพราะฉะนั้นคุณจึงควรเช็ดกระจกและเครื่องแก้วภายในบ้านให้สะอาดใสอยู่เสมอ ทั้งนี้รวมไปถึงอุปกรณ์ทำความสะอาด อย่างเช่น อ่างล้างจาน และเครื่องใช้อื่น ๆ ด้วย เพียงเท่านี้บ้านของคุณก็กลับมาสะอาดน่าอยู่ได้อีกครั้ง
บ้านจะดูดีได้ไม่ใช่แค่การตกแต่งที่สวยงามหรือรูปลักษณ์สไตล์การดีไซน์ที่เห็นจากภายนอกเท่านั้น แต่ควรหมั่นดูแลรักษาความสะอาดภายให้กับบ้านของคุณด้วย โดยการเก็บของใช้ต่าง ๆ ให้เป็นที่เป็นทาง ขจัดเศษฝุ่นและสิ่งปรก และตกแต่งด้วยของน้อยชิ้นเข้าไว้ บ้านของคุณกลับมาสะอาดเป็นระเบียบได้ภายในพริบตาแล้ว  แบบระยะยาวมาฝากกัน นะคะ

กระเบื้องปูพื้นลายไม้ สวยๆที่ทุกคนกำลังมองหา

กระเบื้องลายไม้

กระเบื้องปูพื้นลายไม้

กระเบื้องยี่ห้อไหนดี รวม กระเบื้องปูพื้นลายไม้ ดีไซน์สวย ๆ ลวดลายเก๋ ๆ ถูก ดี คุ้ม มีประสิทธิภาพ แถมใช้แต่งบ้านได้ทุกสไตล์

กระเบื้องปูพื้นลายไม้

สำหรับคนที่หลงใหลในความเป็นธรรมชาติ พื้นไม้คงเป็นตัวเลือกแรกในการตกแต่งบ้านทว่าจะให้ใช้ไม้จริงก็อาจจะดูเกินเอื้อมไปสักหน่อย เพราะทั้งหายาก ราคาแพง และดูแลลำบาก ฉะนั้นกระปุกดอทคอมจึงขอแนะนำอีกหนึ่งทางเลือกที่คุ้มค่า ได้แก่ กระเบื้องลายไม้ ซึ่งทุกวันนี้ทำออกมาสวยงาม แข็งแรง และสมจริงมาก ที่สำคัญมีให้เลือกหลากหลายสไตล์เลยด้วย ว่าแต่จะมีลายไหนเด็ด ๆ โดน ๆ และน่าสนใจบ้าง ตามมาชมแบบกระเบื้องปูพื้นลายไม้ที่เรานำมาฝากกันได้เลยค่ะ

1. กระเบื้องปูพื้น Campana ลาย Matt Corner-Teak

กระเบื้องปูพื้นลายไม้

 

กระเบื้องเซรามิก แมท คอร์เนอร์ ทีค จาก คัมพาน่า ขนาด 16×16 นิ้ว ผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิติลพริ้นติ้ง เพื่อให้ได้ลายไม้คมชัดใกล้เคียงธรรมชาติ ปูพื้นได้ทั้งภายนอกและภายใน เนื้อกระเบื้องผิวแมตต์ สีน้ำตาล น้ำหนักประมาณ 2.83 กิโลกรัม ราคาแผ่นละประมาณ 35.83         บาท บรรจุ 6 แผ่น/กล่อง

2. กระเบื้องปูพื้น Sosuco ลาย Timmolly-Beige

กระเบื้องปูพื้นลายไม้

กระเบื้องเซรามิก ทิมมอลลี่ เบจ จาก โสสุโก้ ขนาด 16×16 นิ้ว ผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิติลพริ้นติ้ง ขนาด 16×16 นิ้ว เนื้อกระเบื้องผิวด้าน สีเบจ น้ำหนักประมาณ 2.65 กิโลกรัม ราคาแผ่นละประมาณ 36.50 บาท บรรจุ 6 แผ่น/กล่อง

3. กระเบื้องปูพื้น Duragres ลาย Pastella

กระเบื้องปูพื้นลายไม้
กระเบื้องเซรามิก พาสเทลล่า จาก ดูราเกรส ขนาด 16×16 นิ้ว ผิวด้าน สีฟ้าพาสเทล เหมาะสำหรับห้องครัว ห้องน้ำ และระเบียงหน้าบ้าน น้ำหนักประมาณ 16.2 กิโลกรัม ราคาแผ่นละประมาณ 38.50 บาท บรรจุ 6 แผ่น/กล่อง

4. กระเบื้องปูพื้น Cotto ลาย Dwell Brown

กระเบื้องปูพื้นลายไม้
กระเบื้องเซรามิก ดเวลล์ บราวน์ จาก คอตโต้ ขนาด 45x45x0.5 เซนติเมตร ผิวกึ่งเงา สีน้ำตาล ใช้ตกแต่งได้ทั้งภายในและภายนอก ไม่ว่าจะเป็นพื้นหรือผนัง แข็งแรง ทนต่อความร้อน ความชื้น มีสารเคลือบผิวกันลื่น น้ำหนักประมาณ 2.5 กิโลกรัม ราคาแผ่นละประมาณ 53 บาท บรรจุ 5 แผ่น/กล่อง

5. กระเบื้องปูพื้น Sosuco ลาย Teakka Wood-Gold

กระเบื้องปูพื้นลายไม้
กระเบื้องเซรามิก ทีคค่าวูด โกลด์ จาก โสสุโก้ ขนาด 20×20 นิ้ว ผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิติลพริ้นติ้ง ผิวแมตต์ สีน้ำตาลทอง น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม ราคาแผ่นละประมาณ 74 บาท บรรจุ 4 แผ่น/กล่อง

6. กระเบื้องปูพื้น Duragres ลาย Macho Brown Matte

กระเบื้องปูพื้นลายไม้กระเบื้องเซรามิกขัดขอบ มาโช่ บราวน์ แม็ท จาก ดูราเกรส ขนาด 24×24 นิ้ว ผิวหยาบ สีน้ำตาล น้ำหนักประมาณ 7.5 กิโลกรัม ราคาแผ่นละประมาณ 107.25 บาท บรรจุ 4 แผ่น/กล่อง

7. กระเบื้องปูพื้น Agosto ลาย Oslo Grey S.

กระเบื้องปูพื้นลายไม้
กระเบื้องเกลซพอร์ซเลน ออสโล เกรย์ เอส กระเบื้องปูพื้นลายไม้จาก อะโกสโต ขนาด 60×60 เซนติเมตร ผิวแมตต์ สีเทา น้ำหนักประมาณ 7.5 กิโลกรัม ราคาแผ่นละประมาณ 135 บาท บรรจุ 4 แผ่น/กล่อง

8. กระเบื้องปูพื้น Mainland ลาย Vancouver Sand Wood

กระเบื้องปูพื้นลายไม้
กระเบื้องเกลซพอร์ซเลน แวนคูเวอร์ แซนด์ วู๊ด จาก เมนแลนด์ ขนาด 60×60 เซนติเมตร ผิวแมตต์ สีน้ำตาล น้ำหนักประมาณ 7.2 กิโลกรัม ราคาแผ่นละประมาณ 144 บาท บรรจุ 4 แผ่น/กล่อง

9. กระเบื้องปูพื้น Cergres ลาย Rotera Oak

กระเบื้องปูพื้นลายไม้
กระเบื้องเกลซพอร์ซเลน โรเทียร่า โอ๊ค จาก เซอเกรส ขนาด 24×24 นิ้ว ผิวแมตต์ สีน้ำตาล น้ำหนักประมาณ 7.5 กิโลกรัม ราคาแผ่นละประมาณ 149 บาท บรรจุ 4 แผ่น/กล่อง

10. กระเบื้องปูพื้น Vitto ลาย Holly Sand

กระเบื้องปูพื้นลายไม้
กระเบื้องเกลซพอร์ซเลน ฮอลลี่ แซนด์ จาก วิตโต้ ขนาด 60×60 เซนติเมตร ผิวมัน สีน้ำตาล น้ำหนักประมาณ 8.5 กิโลกรัม ราคาแผ่นละประมาณ 162 บาท บรรจุ 4 แผ่น/กล่อง

11. กระเบื้องปูพื้น XRC Century ลาย Klins Tan

กระเบื้องปูพื้นลายไม้
กระเบื้องเกลซพอร์ซเลนตัดขอบ คลินส์ แทน จาก เอ็กซ์อาร์ซี เซ็นจูรี่ ขนาด 60×60 เซนติเมตร ผิวแมตต์และผิวหยาบ สีน้ำตาล น้ำหนักประมาณ 7.5 กิโลกรัม ราคาแผ่นละประมาณ 179 บาท บรรจุ 4 แผ่น/กล่อง

12. กระเบื้องปูพื้น Cotto ลาย Malaga Wood

กระเบื้องปูพื้นลายไม้
กระเบื้องเกลซพอร์ซเลน มาลาก้า วู๊ด จาก คอตโต้ ขนาด 24×24 นิ้ว ผิวมัน สีเบจ น้ำหนักประมาณ 7 กิโลกรัม ราคาแผ่นละประมาณ 175 บาท บรรจุ 4 แผ่น/กล่อง

 

กระเบื้องปูพื้นลายไม้ แม้จะไม่ทนทานและเป็นธรรมชาติเท่าไม้จริง แต่กระเบื้องลายไม้ก็สวยงาม หาง่าย และประหยัดไม่เบา ฉะนั้นใครมีแผนจะเปลี่ยนกระเบื้องในบ้านหรือนอกบ้านใหม่ อย่าลืมเก็บกระเบื้องปูพื้นลายไม้ไว้ในใจกันด้วยนะคะ

ชาวเน็ตถูกใจ หนุ่มโพสต์ชุดคอสตูม หลวงปู่เค็ม รับวันฮาโลวีน

หลวงปู่เค็ม

หลวงปู่เค็ม

ฮาโลวีนนี้อย่างหลอน หนุ่มนั่งรถมาพร้อม หลวงปู่เค็ม หลังถูกไฟไหม้แล้ว เรียกเสียงฮือฮา
ไปทั้งโซเชียล ชาวเน็ตแห่แชร์แห่กดถูกใจจำนวนมาก

หลวงปู่เค็ม

วันที่ 1 พ.ย.2562 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Jung Chin โพสต์ภาพ ขณะขับรถในจังหวัด
นครราชสีมา ด้านข้างคนขับคือมีชายแต้งชุดคอสตูม หลวงปู่เค็ม และด้านหลัง
เป็นกุมาร เรียกได้ผีไทยสยองสุดใน 3 โลก เจ้าของเฟซบุ๊กระบุข้อความสั้นๆ ว่า
“หลวงปู่เค็มก็มา ฉันมาคนเดียวจริงจริงนะ” นับเป็นการสร้างสีสันวนวันฮาโลวีน
ได้สุดหลอนจริงๆ และเมื่อภาพดังกล่าวถูกปชร์ในโซเชียลแล้ว ชาวเน็ตพากัน
เข้ามากดถถูกใจพร้อมแสดงความคิดเห็นจนภาพดังกล่าวกลายเป็นกระแสไวรัล
ในเวลาอันรวดเร็ว

หลวงปู่เค็ม

เทคนิคจัด “ฮวงจุ้ยทางเข้าบ้าน” ให้ชีวิตราบรื่น

ให้ชีวิตราบรื่น

ให้ชีวิตราบรื่น
ทุกคนต้องการชีวิตที่สมดุลอย่างแน่นอน แต่ถ้าการทำ ให้ชีวิตราบรื่น  สมดุลนั้นทำได้ง่ายๆ ด้วยการจัดเรียงเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน ทำความสะอาดเคาน์เตอร์ หรือห้องครัวแล้วสัมฤทธิ์ผลก็คงจะดี แต่แท้จริงแล้วมันมีอะไรซับซ้อนกว่านั้น แต่ก็ไม่ได้ยากเพราะเพียงขอให้จำหลักการง่ายๆ ไว้เพียงแค่ว่าให้มีพลังไหลเวียนในอากาศซึ่งจะทำให้ชีวิตกลมกลืนมากยิ่งขึ้น ลองมาเริ่มต้นจากบริเวณทางเข้าหน้าบ้านกันก่อน

บริเวณทางเข้าบ้าน

1.เคลียร์ความรก ความยุ่งเหยิงบริเวณทางเข้า

ตรงประตูทางเข้าบ้านนั้นถือเป็นปากของบ้านที่พลังงาน หรือพลังชี่ซึ่งนำความมั่นคง ความโชคดีไหลเวียนเข้ามา ดังนั้นเพื่อให้พลังงานไหลเวียนอย่างเป็นอิสระ ดังนั้นเราจึงแนะนำว่าไม่ควรให้บริเวณนี้มีอะไรกีดขวาง

2.เพิ่มโคมไฟ หรือติดกระจก
ทางเข้าบ้านที่สดใส สว่างจะยิ่งทำให้พลังชี่ไหลเวียนได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการนำโคมไฟ หรือกระจกมาติดประดับในบริเวณนี้จะช่วยสะท้อนแสงบริเวณรอบด้าน แต่การติดกระจกต้องระวังว่าอย่าหันหน้าไปทางประตูหน้าบ้านเพราะมันจะกลับกลายเป็นการสะท้อนพลังดีๆ ออกไปนอกบ้าน

3.แขวนงานอาร์ตสวยๆ

การเลือกผลงานศิลปะเข้ามาประดับตกแต่งในบ้านนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญ หลักการง่ายๆ เลยคืองานอาร์ตที่นำมาประดับในบริเวณนี้ควรเป็นงานศิลปะที่น่ามอง เห็นแล้วควรเป็นภาพที่นำมาซึ่งความสุข อย่าใช้ภาพเศร้าๆ หรือรูปของผู้เสียชีวิตมาติดประดับในบริเวณนี้…

การออกแบบบ้านสไตล์ญี่ปุ่น ไอเดียเนรมิตห้องสไตล์เซน กลิ่นอายมินิมอล ที่ใคร ๆ ก็หลงรัก

ไอเดียเนรมิตห้องสไตล์เซน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า บ้านแบบญี่ปุ่น เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะความน้อยแต่มาก เรียบง่ายแต่อบอุ่น จึงโดนใจคนทุกเพศ ทุกวัย ไม่ใช่แค่สาวกแดนปลาดิบ ที่สำคัญบ้านแบบญี่ปุ่นยังมีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใครอีกต่างหาก ไอเดียเนรมิตห้องสไตล์เซน กลิ่นอายมินิมอล

ฉะนั้นวันนี้กระปุกดอทคอมก็เลยถือโอกาสรวบรวมเคล็ดลับการออกแบบบ้านสไตล์ญี่ปุ่นมาฝาก เผื่อใครอยากตกแต่งบ้านหรือตกแต่งคอนโดสไตล์เซน แต่ยังสับสนและจับทางไม่ถูก เอาเป็นว่าจะมีหลักการอย่างไร ของตกแต่งเป็นแบบไหน และนิยมใช้เฟอร์นิเจอร์อะไรบ้าง ตามมาดูกันได้เลยค่ะ

1. ให้ความสำคัญกับธรรมชาติไอเดียเนรมิตห้องสไตล์เซน
เพราะคนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมชาติมาก จึงมักจะนำไม้เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบและตกแต่งเสมอ ไม่ว่าจะด้านโครงสร้างที่มักจะใช้ไม้ทำพื้น ผนัง ประตู หน้าต่าง หรือด้านการตกแต่งที่มักจะใช้ไม้ทำฉากกั้น เฟอร์นิเจอร์ และของกระจุกกระจิก โดยไม้ที่นิยมนำมาใช้ในบ้านบ่อย ๆ ได้แก่ ไม้ไผ่ ไม้เมเปิ้ล ไม้ฮิโนกิ ไม้เฮมล็อก และไม้สนแดง

ฉะนั้นถ้าหากใครอยากสร้างบรรยากาศบ้านแบบญี่ปุ่นละก็ ห้ามพลาดงานไม้และงานธรรมชาติอย่างเด็ดขาด รวมถึงอย่าลืมตกแต่งด้วยต้นไม้ญี่ปุ่น เช่น ต้นไผ่หรือต้นบอนไซด้วย ทว่าเอาจริง ๆ จะปลูกต้นอะไรในบ้านก็ช่วยสร้างความเป็นธรรมชาติแบบญี่ปุ่นได้ทั้งนั้น เพียงแค่ต้องเน้นต้นไม้ที่เรียบง่ายและมีสีเขียวเป็นหลัก นอกจากนี้บ้านญี่ปุ่นยังนิยมเชื่อมต่อพื้นที่ภายในเข้ากับธรรมชาติภายนอกอีกด้วย ดังนั้นถ้าหากใครมีสวนสดใสรอบบ้าน ก็อย่าลืมทำหน้าต่างขนาดใหญ่ให้มองเห็นได้ชัดด้วยล่ะ

2. เน้นสีแนวเอิร์ธโทน

ไอเดียเนรมิตห้องสไตล์เซน

หลักสำคัญอีกหนึ่งอย่างของการออกแบบบ้านสไตล์ญี่ปุ่น คือ สีแนวเอิร์ธโทน โดยโทนสียอดนิยมของญี่ปุ่นมีทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีน้ำตาลที่มาจากไม้ สีเขียวที่มาจากต้นไม้ และสีเทาที่มาจากกระเบื้องหิน ฉะนั้นถ้าหากใครอยากออกแบบและตกแต่งบ้านให้ได้กลิ่นอายแบบญี่ปุ่น พยายามผสมผสานโทนสีเหล่านี้เข้าไว้ด้วยกัน เลือกเฉดสีของเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่แตกต่างกันมากเกินไป แล้วค่อยเน้นลูกเล่นพิเศษจากพื้นผิวของวัสดุ เช่น งานไม้หรืองานสาน เพื่อความไม่น่าเบื่อแทน

3. ตกแต่งน้อยชิ้น แต่มากฟังก์ชั่น

ไอเดียเนรมิตห้องสไตล์เซน

บ้านสไตล์ญี่ปุ่นมักจะมีเฟอร์นิเจอร์ไม่ค่อยเยอะ ต่างจากบ้านของคนไทยส่วนใหญ่ที่มักจะมีข้าวของและเฟอร์นิเจอร์เพียบ ดังนั้นถ้าหากใครจะตกแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่น ให้คำนึงถึงการใช้งานเอาเป็นหลัก โดยเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย ดีไซน์เรียบง่าย ดีเทลไม่เยอะ และใช้วัสดุจากธรรมชาติ ส่วนการจัดวางก็พยายามให้อยู่เป็นกลุ่ม ไม่กระจาย มีที่ว่างสำหรับทางเดิน เช่น จัดเข้ามุมหรือวางชิดผนัง เท่านี้ก็จะช่วยให้บ้านมีความมินิมอลแบบญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ แล้วค่ะ

4. เปิดช่องให้แสงผ่าน

ไอเดียเนรมิตห้องสไตล์เซน

ไม่ว่าจะหลังเล็กหรือหลังใหญ่ การออกแบบภายในบ้านสไตล์ญี่ปุ่นจะเน้นความโล่ง โปร่ง และสบายเป็นหลัก ซึ่งปัจจัยสำคัญก็มาจากการเปิดบ้านให้แสงธรรมชาติสาดส่องอย่างทั่วถึง โดยวิธีการง่าย ๆ คือ การใช้หน้าต่างขนาดใหญ่รอบบ้าน การเจาะเพดานเพื่อทำสกายไลท์ และการใช้ม่านแบบเรียบง่ายและโปร่งแสง เอาเป็นว่าถ้าหากใครอยากให้บ้านสว่างและสดใสแบบญี่ปุ่น ก็ลองนำไปปรับใช้กันดูนะคะ

5. เพิ่มสีสันด้วยสติ๊กเกอร์

ไอเดียเนรมิตห้องสไตล์เซน

ถึงแม้บ้านสไตล์ญี่ปุ่นจะเน้นความเรียบง่าย อบอุ่น แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะถ้าหากโทนสีธรรมชาติไม่ใช่สไตล์ของคุณ ก็สามารถเพิ่มลวดลายและสีสันเข้าไปได้ ด้วยสติ๊กเกอร์ติดผนังแบบญี่ปุ่นหรือ Wall Sticker ซึ่งหาซื้อได้ง่ายตามร้านค้าทั่วไป แถมมีให้เลือกหลากหลายลาย ที่สำคัญเวลาแกะออกไม่ทิ้งคราบตกค้าง ถ้าหากใครอยากเพิ่มความเป็นญี่ปุ่นให้มากขึ้นกว่าเดิม อย่าลืมตกแต่งเข้าคู่กับเฟอร์นิเจอร์ทรงเตี้ย ทั้งโต๊ะ ตู้ และเก้าอี้ เพราะจะช่วยให้ห้องกว้างขวางและน่าอยู่แบบชาวเจแปนนิสนั่นเอง

6. จัดเก็บตู้เสื้อผ้าให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

ไอเดียเนรมิตห้องสไตล์เซน

ถ้าหากสังเกตดี ๆ จะเห็นได้ว่า ตู้เสื้อผ้าของญี่ปุ่นไม่เหมือนกับตู้เสื้อผ้าของไทย โดยตู้เสื้อผ้าญี่ปุ่นเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โอชิ-อิเระ (Oshi-ire) มีลักษณะเป็นตู้สี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มาพร้อมกับประตูบานเลื่อน ส่วนภายในแบ่งออกเป็นสองชั้น บนกับล่าง มีไม้พาร์ติชั่นแข็งกั้นตรงกลางตามแนวนอน ความลึกประมาณฟูกพับครึ่ง ซึ่งทุกวันนี้มักจะมีราวแขวนเสื้อติดมาด้วย แต่บางครั้งก็เป็นตู้โล่ง ๆ ไม่มีอะไรภายใน เพราะสามารถเลือกซื้ออุปกรณ์เสิรมได้ต่างหากตามต้องการ เนื่องจากคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเน้นพับเสื้อผ้าเก็บใส่กล่อง ตะกร้า ลิ้นชัก เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสวยงามสะอาดตา อีกทั้งยังทำให้มองหาและหยิบใช้ได้ง่ายด้วย ถึงขนาดมีวิธีการจัดตู้เสื้อผ้าแบบญี่ปุ่นโดยเฉพาะเลยล่ะ

7. โต๊ะโคทัตสึและเสื่อทาทามิต้องมี

ไอเดียเนรมิตห้องสไตล์เซน

ใครอยากตกแต่งบ้านให้ได้อารมณ์ญี่ปุ่นง่าย ๆ เพียงแค่หาเสื่อทาทามิ (Tatami) มาปู และโต๊ะโคทัตสึ (Kotatsu) มาตั้ง ก็จะทำให้ห้องทั้งห้องมีบรรยากาศเหมือนแดนปลาดิบแบบชิล ๆ แล้ว เพราะไอเทมทั้งสองถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของบ้านสไตล์ญี่ปุ่น ถ้าหากลองสังเกตตามซีรีส์หรือการ์ตูนแทบทุกเรื่อง จะเห็นว่ามีเสื่อและโต๊ะกลางห้องโถงบ้านตลอด โดยโต๊ะโคทัตสึจะมีลักษณะเป็นโต๊ะไม้เตี้ย ๆ สไตล์ญี่ปุ่น ที่ปกคลุมไปด้วยผ้าห่มหนา ๆ รอบด้าน แถมยังมีเครื่องทำความร้อนข้างใต้ ซึ่งคนญี่ปุ่นจะชอบมานั่งคลายหนาวกันที่นี่ ส่วนสำหรับคนไทยที่อยากแต่งบ้านด้วยโต๊ะแบบนี้ คงต้องเอาเครื่องทำความร้อนออกซะก่อน ส่วนผ้าห่มจะเอาออกเพื่อให้เข้ากับสภาพอากาศบ้านเราก็ได้ หรือจะเก็บไว้เพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่นก็ดี แถมยังช่วยบรรเทาความหนาวเย็นจากแอร์ได้อีกด้วยนะ

8. ประตูบานเลื่อนคือไอเทมสำคัญ

ไอเดียเนรมิตห้องสไตล์เซน

บ้านสไตล์ญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักจะมาพร้อมกับประตูบานเลื่อนหรือประตูโชจิ (Shoji) เนื่องจากบ้านญี่ปุ่นมีข้อจำกัดเรื่องเนื้อที่ เลยต้องหันมาใช้ประตูบานเลื่อนเพื่อช่วยเซฟพื้นที่ใช้สอย แถมยังช่วยให้ความโปร่ง ไม่บล็อกวิว และไม่บล็อกแสงอีกต่างหาก โดยส่วนใหญ่ประตูโชจิแท้จะทำจากกรอบไม้และกระดาษโปร่งแสง ทว่าปัจจุบันมีการประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น จึงนิยมทำจากกรอบไม้และกระจก พร้อมมีช่องไม้เป็นตารางสี่เหลี่ยมภายในแทน รับรองแค่เปลี่ยนมาใช้ประตูบานเลื่อนหรือประตูโชจิ ก็ช่วยเพิ่มความเป็นญี่ปุ่นให้กับบ้านได้ง่าย ๆ แล้ว

9. ทางเข้าบ้านมีห้องเก็บรองเท้า

ไอเดียเนรมิตห้องสไตล์เซน

อีกหนึ่งสิ่งที่บ้านสไตล์ญี่ปุ่นต้องมีก็คือห้องรองเท้าหรือเก็นคัง (Genkan) ซึ่งจะอยู่บริเวณทางเข้าบ้าน เป็นห้องสำหรับเก็บรองเท้าและเปลี่ยนรองเท้าก่อนเข้าบ้าน โดยบรรยากาศส่วนใหญ่จะเป็นห้องไม้ เรียบ ๆ โล่ง ๆ โปร่ง ๆ สว่าง ๆ ที่สำคัญต้องสะอาดสะอ้านและเต็มไปด้วยตู้เก็บรองเท้ามากมาย หรือที่เรียกว่า getabako บอกเลยถ้าหากใครอยากให้บ้านมีกลิ่นอายญี่ปุ่น ห้ามพลาดต่อเติมเก็นคังหน้าบ้านเด็ดขาด

จะเห็นได้ว่าจุดเด่นหลัก ๆ ของบ้านสไตล์ญี่ปุ่นก็คือ ความโล่ง โปร่ง สบาย และเป็นธรรมชาติ ฉะนั้นถ้าหากใครอยากสร้างบรรยากาศให้เหมือนอยู่ในญี่ปุ่นทุกวัน ก็ลองนำไปออกแบบและตกแต่งตามกันดูนะคะ

“รอย คีน” ให้กำลังใจหงษ์แดง เร่งเครื่องแซงสเปอร์ส

คีน

“รอย คีน” ตำนานห้องเครื่องมหาประลัยของ “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ยอดทีมแดนผู้ดี ออกมาวิเคราะห์หลังเกมที่ “ลิเวอร์พูล” เร่งเครื่องบดเอาชนะ “ทอตแนม ฮอตสเปอร์” 2-1

คีน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 29 ต.ค. ว่า รอย คีน ห้องเครื่องระดับตำนานของ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาวิเคราะห์หลังเกมที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เร่งเครื่องบดเอาชนะ “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ 2-1

เป็นที่เข้าใจกันว่า ทีมเยือนบุกมาลูบคมตั้งแต่ 1 นาทีแรกจากจังหวะ ตามโขกซ้ำเน้นๆ ของ แฮร์รี เคน แต่ทว่าลูกทีม เยอร์เกน คลอปป์ มารัวแซงคืนทีเดียว 2 ลูกจาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน นาทีที่ 52 และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นาทีที่ 75 (จุดโทษ)

ล่าสุด รอย คีน ออกมากล่าวว่า “พวกเขา (ลิเวอร์พูล) สมควรได้รับชัยชนะ พวกเขาเป็นทีมที่ดีกว่า ด้วยความสัตย์จริง ลูกทีม เยอร์เกน คลอปป์ เล่นเหมือนที่จะเป็นแชมเปียนส์ พวกเขาตอบสนองได้ดีจากเกมนัดที่แล้วที่บุกไปเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พวกเขาเป็นทีมที่ดีจริงๆ”…

เรื่องต้องควรรู้ ก่อนต่อเติมบ้าน ทำอย่างไรให้ถูกกฎหมาย

เรื่องต้องควรรู้

เรื่องต้องควรรู้ เมื่ออยาก ต่อเติมโรงรถ ต่อเติมห้องครัว ต้องขออนุญาตไหม มาดู 3 เรื่องควรรู้ก่อนต่อเติมบ้าน ทำแบบไหนไม่ผิดกฎหมาย และไม่มีปัญหากับเพื่อนบ้านเรื่องต้องควรรู้ หลาย ๆ ครั้งที่ การต่อเติมบ้าน กลายเป็นปัญหาใหญ่ บางคนก็ทะเลาะกับเพื่อนบ้าน บางคนก็โดนปรับและต้องรื้อถอนเพราะต่อเติมบ้านผิดกฎหมาย ก่อนจะต่อเติมบ้านมาดูกันว่าการต่อเติมบ้านแบบไหนที่ต้องขออนุญาต รวมถึงการต่อเติมบ้านอย่างไรให้ถูกกฏหมาย และไม่มีปัญหากับเพื่อนบ้านตามมา

การต่อเติมบ้าน ต้องขอนุญาตหรือไม่

คำถามที่ว่า จะต้องขออนุญาตก่อนต่อเติมบ้านหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับรูปแบบการก่อสร้าง หากมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือส่วนต่าง ๆ ของอาคารที่สร้างไว้แล้วผิดไปจากเดิม ได้แก่ เพิ่ม เติม ลด ขยาย ลักษณะขอบเขต แบบ รูปทรง สัดส่วน น้ำหนัก ที่ไม่ใช่การซ่อมแซมหรือการดัดแปลงอาคารตามที่กฎหมายกำหนด ควรทำหนังสือขออนุญาตและยื่นเอกสารให้กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นพิจารณาก่อนเสมอ สำหรับการต่อเติมบ้านที่ต้องขออนุญาต ได้สรุปแนวทางไว้ดังนี้ คือ

1. ขยายพื้นที่ชั้นใดชั้นหนึ่งของอาคารมากกว่า 5 ตารางเมตร

2. เปลี่ยนหรือขยายหลังคาให้ปกคลุมเนื้อที่มากขึ้นกว่าเดิม

3. มีการเพิ่ม-ลด หรือเปลี่ยนจำนวนเสา คาน บันได และผนัง

ต่อเติมบ้านแบบไหน ไม่ผิดกฎหมาย

เรื่องต้องควรรู้

1. มีพื้นที่ว่างไม่น้อยกว่า 30%

หลังจากต่อเติม จะต้องมีที่ว่างหรือพื้นที่ที่ไม่มีหลังคาปกคลุม อย่างน้อย 30% ของพื้นที่

เรื่องต้องควรรู้

2. ต้องได้รับการยินยอมจากบ้านข้างเคียง

หากมีการต่อเติมบ้านชิดเขตที่ดินของผู้อื่น ต้องมีหนังสือยืนยันว่า ได้รับการยินยอมจากเจ้าของที่ดินข้างเคียง ในกรณีที่เจ้าของที่ดินข้างเคียงไม่ยินยอม ก็สามารถต่อเติมบ้านได้แต่ต้องทำเป็นผนังทึบ และเว้นระยะห่างจากเขตที่ดินอย่างน้อย 0.50 เมตร

เรื่องต้องควรรู้ 3. ผนังที่มีช่องเปิดควรสร้างห่างจากรั้วอย่างน้อย 2 เมตร

ผนังที่มีช่องเปิด เช่น ประตู หน้าต่าง หรือระเบียงของบ้านที่มีความสูงไม่เกิน 9 เมตร ต้องอยู่ห่างจากเขตที่ดินข้างเคียงไม่น้อยกว่า 2 เมตร ส่วนอาคารที่มีความสูงเกิน 9 เมตร แต่น้อยกว่า 23 เมตร ผนังและระเบียงต้องอยู่ห่างจากเขตที่ดินข้างเคียงไม่น้อยกว่า 3 เมตร

เรื่องต้องควรรู้ การต่อเติมบ้านที่ไม่ได้ขออนุญาต มีโทษหรือไม่

ทั้งนี้ หากมีการต่อเติมบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือต่อเติมบ้านผิดไปจากแบบแปลนที่ยื่นขอไว้ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้ามีแพลนกำลังจะต่อเติมบ้าน ก็ควรศึกษารายละเอียดและดำเนินการตามขั้นตอนและต่อเติมบ้านตามกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากับเพื่อนบ้านหรือโดนรื้อถอนในภายหลัง