โจรสุดโหด ใช้กระจกปาดคอ ชิงทองคำหนัก 10 บาท

ฆ่าสะเทือนขวัญ กระจกปาดคอ ชิงทองคำ10บาท

ฆ่าสะเทือนขวัญ กลางดึกที่ผ่านมา มีคนร้ายบุกเข้าไปในห้องพักของแรงงานต่างด้าว และใช้กระจกฆ่าปาดคอเจ้าของห้อง ก่อนที่จะเชิดสร้อยคอทองคำน้ำหนักกว่าสิบบาท พร้อมทรัพย์สินอื่น ๆ หลบหนีไป

ผู้เสียชีวิตรายนี้ ก็คือ นายจอ ตาล วัย 42 ปี ชายชาติพันธุ์ยะไข่ของประเทศเมียนมา ได้ถูกฆาตกรรมโหด จนเสียชีวิตอยู่บนโซฟา ภายในห้องพักชั้น 6 ซอยบางขุนเทียน 14 เขตบางขุนเทียน สภาพศพพบบาดแผลถูกของมีคมปาดคอ จนเป็นแผลกว้างลึกจนถึงหลอดลม ที่บริเวณปากมีผ้าสีฟ้าอุดอยู่ ใกล้ร่างผู้เสียชีวิตมีกระจกบานใหญ่แตก มีคราบเลือดกระจายอยู่เต็มห้อง และทรัพย์สินภายในห้องถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท และสร้อยข้อมือทองคำหนัก 5 บาทของผู้เสียชีวิตหายไป เหลือเพียงตะขอของสร้อยคอทองคำที่ตกอยู่

ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง ได้เล่าว่า ผู้เสียชีวิตเป็นคนนิสัยร่าเริง มักจะชอบใส่สร้อยคอทองคำเส้นใหญ่และสร้อยข้อมือทองคำ ออกมาเดินซื้อของภายในซอยอยู่เป็นประจำ จนเป็นที่รู้จักของคนในละแวกนี้ ทั้งผู้เสียชีวิตมีพฤติกรรมชอบเพศเดียวกัน และมักจะมีเพื่อนชายสามถึงสี่ คน แวะเวียนมาที่ห้องพักบ่อยครั้ง

โดยนอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ผู้เสียชีวิตเป็นที่รู้จักของแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก เพราะเป็นผู้ปล่อยเงินกู้ในหมู่แรงงานต่างด้าวด้วยกัน ในเบื้องต้นตำรวจ สน.ท่าข้าม ได้เชิญตัวเพื่อนร่วมห้องที่เป็นแรงงานต่างด้าว และเป็นผู้พบศพคนแรกไปสอบปากคำ เพื่อที่จะหาตัวคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุต่อไป…

รุดช่วยเหลือ นร.น้อยใจคิดสั้น หลังถูกรถสองแถวเบี้ยวไม่ทอนเงิน แต่โชคดีที่เพื่อนๆ ช่วยเหลือไว้ได้ทัน

พม. รุดช่วยเหลือ กรณี นักเรียนน้อยใจคิดสั้น ถูกรถสองแถวเบี้ยวไม่ทอนเงิน พบป่วยซึมเศร้า

กรณี นักเรียนน้อยใจคิดสั้น ( 15 ก.ย.63) น.ส.อลิสรา ใจเพชร นักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ชลบุรี ลงพื้นที่ติดตามช่วยเหลือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่พยายามกระโดดสะพานลอยฆ่าตัวตาย หลังได้ถูกรถสองแถวเบี้ยวไม่ทอนเงิน แต่โชคดีที่เพื่อนๆ ได้ช่วยเหลือไว้ได้ทัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ พม.จ.ชลบุรีจะติดตามช่วยเหลือ ประเมินความพร้อมทางครอบครัวตามกระบวนการสังคมสงเคราะห์เพื่อคุ้มครองและดูแลเด็กต่อไป

โดยล่าสุด นักเรียนชายได้ย้ายมาพักอาศัยอยู่กับป้า ซึ่งเป็นแม่บ้านอยู่ภายในโรงเรียแห่งหนึ่ง ใน อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นที่พักที่ทางโรงเรียนมีไว้รองรับพนักงาน นักการภารโรง และแม่บ้าน ของโรงเรียน โดยที่พักตั้งอยู่ทางด้านหลังตัวอาคารเรียน เจ้าหน้าที่ พม. ได้มอบข้าวสารและเครื่องอุปโภคบริโภคไว้ให้กับผู้ปกครอง จากนั้นก็ได้สอบถามเด็กเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น ทราบว่านายเอก (นามสมมุติ) วัย 15 ปี เด็กนักเรียนที่คิดสั้นหวังฆ่าตัวตาย มีอาการป่วยโรคซึมเศร้า จึงทำให้มีอารมณ์ค่อนข้างอ่อนไหวง่าย ประกอบกับมีปัญหาภายในครอบครัว จึงทำให้ต้องเข้ารับการรักษาต้องกินยาอยู่เป็นประจำ

เด็กนักเรียนคนดังกล่าวนั้น ได้เปิดเผยด้วยว่าเขาจะขออยู่อาศัยกับป้าไปก่อน เพราะถูกพี่ชายแท้ๆ รังแกจนไม่สามารถทนอยู่ในบ้านได้ ในส่วนของการเรียนนั้นจะตื่นให้เช้าขึ้น เพื่อนั่งรถโดยสารไปโรงเรียนตามปกติ โดยนอกจากนี้ต้องการทำงานช่วยสังคมโดยเฉพาะเวลาเห็นผู้ได้รับบาดเจ็บประสบอุบัติเหตุแล้วรู้สึกอยากช่วยเหลือทุกครั้ง

ทางด้านนายสมศักดิ์ ด้วงเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนโพธิสัมพันธ์ พิทยาคาร ได้เปิดเผยว่าก่อนหน้านี้ป้าของนายเอกเคยขอความช่วยเหลือให้ช่วยย้ายโรงเรียนให้หลาน แต่เพราะเป็นช่วงกลางเทอมจึงยังไม่อนุญาต ประกอบกับต้องรอให้พ่อและแม่ของนักเรียนให้ความยินยอมด้วยนั่นเอง…

หนุ่มซ้อมเมียโหด ใช้สายยางรัดคอลูกวัย 28 วัน แช่น้ำ กู้ภัยช่วยทัน รอดตายแบบหวุดหวิด

หนุ่มซ้อมเมียโหด ใช้สายยางรัดคอลูกวัย 28 วัน แช่น้ำ

หนุ่มซ้อมเมียโหด โดยเพจเฟซบุ๊ก ประชาร่วมใจเมืองคอน ประชาสัมพันธ์ ได้โพสต์เรื่องราวการเข้าช่วยเหลือหญิงสาวและลูกที่ถูกสามีทำร้ายอย่างทารุณ เมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยได้ระบุข้อความว่า

ในเวลา 22.00 น. กำลังอาสามูลนิธิประชาร่วมใจ อ.เมือง หน่วยรถพยาบาลร่วมใจ 08 ตรวจสอบเหตุทำร้าย​ร่าง​กายมีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ที่เกิดเหตุ ที่พักใกล้ตลาดหัวอิฐ ตำบลโพธิ์​เสด็จ​ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช พบผู้บาดเจ็บ 2 รายเป็นแม่และลูกวัย 28 วัน ถูกผู้เป็นสามีรัดด้วยสายยางรัดคอแล้วจับแช่น้ำในอ่างล้างหน้าในห้องน้ำ เจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น ก่อนนำตัวผู้บาดเจ็บขึ้นรถพยาบาลร่วมใจ 08 นำส่ง โรงพยาบาล

โดยล่าสุดทราบว่า ทั้งแม่และลูกอาการปลอดภัยแล้ว ส่วนผู้เป็นสามีถูกจับกุมตัวได้และถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…

เตือนภัยสาวนักวิ่ง ไปวิ่งหลังคลองแสนแสบ ถูกคนร้ายสะกดรอยตาม ลากเข้าข้างทาง สู้สุดชีวิต !!

เตือนภัยสาวนักวิ่ง ถูกคนร้ายสะกดรอยตาม ลากเข้าข้างทาง

เตือนภัยสาวนักวิ่ง ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งชื่อว่า Thiw Thimontha ได้โพสต์ภาพและข้อความเตือนภัยนักวิ่งผู้หญิง หลังเธอไปซ้อมวิ่งคนเดียวบริเวณด้านหลังคลองแสนแสบ ระหว่างเดินกลับห้อง รู้สึกว่ามีคนตาม ก่อนจะถูกคนร้ายเข้ามาล็อกตัวและพยายามจะลากเข้าข้างทาง แต่เธอก็สู้ขาดใจ และโชคดีมีพลเมืองดีผ่านมา คนร้ายจึงได้หนีไป ล่าสุดได้เข้าแจ้งความที่ สน.หัวหมาก แล้ว

โดย”โพสต์นี้ เป็นโพสต์ที่ทิวอยากออกมาเตือน เพื่อน ๆ นักวิ่ง ผู้หญิงทุกคนว่า “อย่าไปวิ่งคนเดียว” ซึ่งด้านหลังคลองแสนแสบ ทิวไปวิ่งประจำอยู่แล้ว ปกติทิวจะไปวิ่งกับโค้ช แต่วันนี้ทิวไปวิ่งคนเดียวระหว่างทางที่ทิวเดินกลับห้อง ทิวรู้สึกตลอดเวลามีคนตาม แต่ทิวก็มองด้านหลังตลอด และทิวรู้สึกว่ามีเงาตาม ก็ไม่ทันได้หันไปมอง มันก็มาด้านหลังเร็วมาก มันพยายามล็อคตัวและจะลากทิวเข้าข้าง ๆ ทาง

ด้วยเสียงร้องของทิว และแรงที่มันสู้ไม่ไหว เพราะทิวทิ้งทุกอย่าง และสู้กับมัน มันสู้แรงทิวไม่ไหว มันก็เลยปล่อยทิว และมันเหมือนจะวิ่งย้อนกลับมา ทิวโชคดีได้เจอกับพี่คนนึงเขาวิ่งสวนมาพอดี และได้ขอความช่วยเหลือ แต่ด้วยพี่เค้าก็หมดแรง เลยวิ่งตามมันไม่ทัน ตอนนี้ทิวได้มาแจ้งความไว้ แล้วที่ที่มันเดินผ่าน มันมีกล้องวงจรปิด แจ้งความที่ สน.หัวหมาก ขอบคุณพี่ที่มาช่วย เหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นอะไรที่เตือนตัวเองไว้ว่าไม่ควรออกไปไหนคนเดียวเด็ดขาด…

เด็กชายวัย 11 เล่านาทีเห็นทวดถูกฆ่าโหด หลานชายคลั่งทุบหัวปาดคอตาวัย 91 ดับคาที่

ฆ่าโหด ปาดคอตาวัย 91 เด็กชายวัย 11 เล่านาทีระทึก

ฆ่าโหด ปาดคอตาวัย 91 เมื่อเวลา 16.30 น. เมื่อ 12 ก.ย.63 ร.ต.อ.อนุพงษ์ พวงพี รองสว.สอบสวน สภ.แกลง จ.ระยอง ได้รับแจ้งเหตุ มีคนถูกหลานปาดคอตายคาร่องน้ำภายในสวนผลไม้ หมู่3 ต.ทางเกวียน อ.แกลง จ.ระยอง จึงได้รายให้ พ.ต.อ.ชัยพงษ์ แสงพงษ์ชัย ผกก.ทราบได้รุดไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย ร.ต.อ.สมศักดิ์ บุตะกะ ร.ต.อ.ยิ่งศักดิ์ จันทร์ประยุทธ ดต.ยุทธนา สง่าอินทร์ ชุดสืบสวน ชุดสายตรวจรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ จำนวนหลาย10 นาย

หน่วยกู้ภัยพุทธศาสตร์สงเคราะห์แกลง นายสำเริง คนฑา กำนันตำบลทางเกวียน รุดไปยังที่เกิดเหตุ ภายในร่องน้ำของสวนผลไม้ ได้พบศพ นายดอกดิน วัย 91 ปี นอนหงายอยู่ที่ลำคอมีบาดแผลถูกของมีคมปาดหลอดลมขาด ผู้ตายสวมกางเกงขาสั้นสีดำ ไม่สวมเสื้อ เสียชีวิตคาที่เกิดเหตุ

ส่วนของคนร้าย ทราบชื่อต่อมาคือนายมนตรี วัย 41 ปี มีศักดิ์เป็นหลานผู้ตาย หลบอยู่ภายในบ้านชั้นเดียวภายในสวนยางใกล้ๆที่เกิดเหตุ โดยนายโทนไปหลบซุ่มเงียบอยู่ภายในห้องน้ำ เจ้าหน้าที่ตะโกนเรียกให้มามอบตัว

แต่นายโทนไม่ยอมออกมา เจ้าหน้าที่ได้บุกเข้าไปจับตัวภายในห้องน้ำอย่างทุลักทุเล โดยใช้เวลานานหลายนาที จึงสามารถควบคุมตัวออกมาได้ และนำตัวไปสอบสวนที่ สภ.แกลง

จากการสอบถามหลานชาย น้องโป้ วัย 11 ปี ที่พ่อสั่งให้มานั่งดูทวดตกปลาเอาไว้ ทวดได้ถืออุปกรณ์ตกปลา มีคันเบ็ด 1 คัน กระป๋องใส่ปลา หนึ่ง ใบ ที่ใส่เหยื่อ หนึ่ง อัน เดินไปยังสระน้ำภายสวนผลไม้ของลูกๆ ข้างบ้านนายมนตรี ได้นั่งตกปลาอยู่สักครู่ได้ปลาขึ้นมา สี่ถึงห้า ตัว ใส่กระป๋องเอาไว้ สักครู่นายมนตรี ก็ได้เดินปรี่เข้ามาบอกให้ไปนั่งตกที่อื่นห้ามตกปลาตรงนี้ ตาทวดบอกกลับว่าจะนั่งตกตรงนี้แหละมันร่มดี นายมนตรีพูดต่ออีกว่าถ้าไม่ไปเดี๋ยวมีเรื่อง

ตาทวดก็นั่งตกปลาตามปกติ นายโทนเดินกลับหายเข้าไปในบ้านแล้วเดินออกมาคว้าท่อนไม้ขนาดย่อมๆ ยาวประมาณ หนึ่ง เมตร เดินเข้าตีผู้เป็นตาตนเองสอง ครั้งแล้วลากตัวขึ้นมาจากริมสระ จากนั้นนายโทนใช้มีด ยาวประมาณ 1 ฟุต ปาดคอตาทวดจนเกือบขาด นอนสิ้นลมคาร่องน้ำ ตนเห็นเต็มตารีบวิ่งไปบอกพ่อให้มาดู และได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับตัวนายโทนที่หลบอยู่ในบ้าน และนำศพส่ง รพ.แกลง ต่อไป…

ขนมกล้วย กล้วยน้ำว้า กะทิ แสนอร่อย

ขนมกล้วย กะทิ แสนอร่อย

ขนมกล้วย กะทิ ส่วนผสมของขนมกล้วยมี กล้วยน้ำว้าสุก (บดละเอียด) ห้าร้อย กรัม น้ำตาลทราย ร้อย กรัม เกลือป่น หนึ่ง ช้อนชา แป้งข้าวเจ้า ร้อย กรัม แป้งมันสำปะหลัง ห้า ช้อนโต๊ะ หัวกะทิ สองร้อย มิลลิลิตร มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย ใบตองสำหรับห่อ (ถ้าหากไม่มีใบตองสามารถใช้ถ้วยตะไลได้)

วิธีทำขนมกล้วย เริ่มจากผสมกล้วยน้ำว้ากับน้ำตาลทราย เกลือป่น แป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง

หัวกะทิ และมะพร้าวขูด แล้วคนผสมให้เข้ากันดีแล้ว ตักส่วนผสมขนมกล้วยลงบนใบตอง แผ่บาง ๆ

หรือจะทำให้เป็นทรงกรวยห่อเป็นทรงให้สวยงาม (หรือตักใส่ถ้วยตะไล) แล้ววางเรียงบนชุดนึ่งที่มี

น้ำเดือด แล้วนึ่งประมาณ ยี่สิบ นาทีจนขนมสุก จากนั้นนำออกจากชุดนึ่ง พร้อมจัดเสิร์ฟ…

ลอดช่องน้ำกะทิสูตรเด็ดโบราณหาทานยาก

ลอดช่องกะทิหอม

ลอดช่องกะทิหอม ส่วนผสมของน้ำกะทิ น้ำตาลปี๊บ 3+1/2 ถึง 4 ถ้วย เกลือป่น 1 ช้อนชา กะทิ 5 ถ้วย

มีส่วนผสมของตัวลอดช่อง ใบเตยหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 1 ปอนด์ น้ำปูนใส 9 1/2 -10 ถ้วย แป้งข้าวเจ้า 3 ถ้วย แป้งมันสำปะหลัง 1 ถ้วย แป้งถั่วเขียว 4 ช้อนโต๊ะ น้ำเย็นจัด น้ำแข็งทุบ

วิธีทำลอดช่องเริ่มจาก ทำน้ำกะทิโดยการใส่น้ำตาลปี๊บ เกลือป่น และกะทิลงในอ่างผสม แล้วใช้มือขยำส่วนผสมเข้าด้วยกันจนน้ำตาลปี๊บละลายเข้ากันดี กรองด้วยตะแกรง

นำส่วนผสมน้ำกะทิขึ้นตั้งไฟปานกลาง เคี่ยวจนน้ำกะทิใกล้เดือด (ให้ส่วนผสมเดือดเฉพาะตรงกลาง ไม่เดือดพล่าน เพื่อไม่ให้กะทิแตกมัน) ประมาณ สิบ-สิบห้า นาที ปิดไฟ ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น เตรียมไว้ (สามารถทำไว้ล่วงหน้าหรือทำทิ้งไว้ข้ามคืนได้)

ใส่ใบเตยลงในเครื่องปั่น ตามด้วยน้ำปูนใส หก-เจ็ด ถ้วย ปั่นจนละเอียด จากนั้นคั้นเอาเฉพาะน้ำ เตรียมไว้

ใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง และแป้งถั่วเขียวลงไปในน้ำใบเตย โดยปล่อยให้แป้งค่อย ๆ จมลงไปในน้ำจนหมด

ให้แป้งจมลงไปในน้ำเอง รอประมาณหนึ่ง นาที โดยไม่ต้องคน เพื่อให้มั่นใจได้ว่า แป้งจะได้ไม่จับตัวเป็นก้อน และละลายเข้ากับน้ำทั้งหมด พอแป้งจมลงหมดแล้ว ค่อย ๆ คนผสมจนเข้ากันดี จากนั้นกรองด้วยตะแกรง เตรียมไว้

ใส่ส่วนผสมลงในกระทะก้นลึกขนาดใหญ่ นำขึ้นตั้งไฟปานกลาง กวนผสมตลอดเวลา ใช้เวลาประมาณ สี่สิบห้า นาที ถึง หนึ่ง ชั่วโมง พอแป้งเริ่มเหนียว ค่อย ๆ เทน้ำปูนใสที่เหลือลงไปจนหมด กวนจนส่วนผสมเหนียว และมีสีใส

ตักส่วนผสมแป้งใส่เครื่องกดลอดช่อง กดแป้งเป็นเส้น ๆ ลงในน้ำเย็นจัด จากนั้นตักส่วนผสมขึ้น ใส่ลงในถ้วย ตามด้วยน้ำกะทิที่เตรียมไว้ และน้ำแข็ง พร้อมเสิร์ฟลอดช่องแสนอร่อย…

ขนมชั้นสีเขียว ใบเตยกะทิ

ขนมชั้นกะทิใบเตย

ขนมชั้นกะทิใบเตย มีส่วนผสมดังนี้ น้ำตาลทราย 2 – 1/2 ถ้วย กะทิ 4 ถ้วย แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย แป้งมันสำปะหลัง 1/2 ถ้วย แป้งท้าวยายม่อม 1+1/2 ถ้วย (หรือแป้งถั่วเขียว) น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 1/2 ถ้วย น้ำหอมกลิ่นมะลิผสมน้ำ 1/2 ถ้วย และ ถาดหรือพิมพ์สี่เหลี่ยมสำหรับนึ่งขนม (ขนาด 10×10 นิ้ว หรือ 8×8 นิ้ว)

วิธีทำเริ่มจาก ใส่น้ำตาลทรายและกะทิลงในหม้อ คนผสมให้เข้ากันแล้วนำขึ้นตั้งไฟปานกลางประมาณ ห้า นาที จนน้ำตาลทรายละลาย (ไม่ต้องรอให้เดือด) ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนึ่งถาดหรือพิมพ์ในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือด ประมาณ สิบห้า นาที เตรียมไว้
แล้ว ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง และแป้งท้าวยายม่อมเข้าด้วยกัน ก็ค่อย ๆ เทส่วนผสมน้ำกะทิลงไป ใช้มือนวดแป้งให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว นวดประมาณ สิบห้า นาที จนแป้งไม่จับตัวเป็นก้อน จากนั้นนำไปกรองด้วยตะแกรง
จากนั้นก็แบ่งแป้งเป็น สอง ถ้วย โดยถ้วยที่ หนึ่ง ผสมกับน้ำใบเตย และถ้วยที่ สอง ผสมกับน้ำมะลิ คนผสมให้เข้ากัน เตรียมไว้
โดยทำชั้นที่ หนึ่ง โดยเทส่วนผสมสีขาว (เทส่วนผสมทุกชั้นประมาณ 1/3 ถ้วย) ลงในพิมพ์ ปิดฝา นึ่งประมาณ ห้า นาที เปิดฝา เทส่วนผสมสีเขียวลงไป ปิดฝา นึ่งประมาณ ห้า นาที ทำซ้ำเช่นเดิม สลับชั้นกันจนหมดแป้ง จะได้ประมาณ เก้า-สิบ ชั้น โดยชั้นสุดท้าย ให้นึ่งประมาณ เจ็ด นาที ยกออกจากชุดนึ่ง วางพักทิ้งไว้จนเย็นสนิท (ประมาณ สาม ชั่วโมง)
แล้ว นำขนมออกจากถาด จุ่มมีดลงในน้ำร้อน กดลงบนขนมเป็นชิ้น ๆ จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ พร้อมอร่อย…

กมธ.ข่มขืน – ดันประเด็นฉีดให้ฝ่อชั่วคราว ในทุกๆ 3 เดือน ใช้เฉพาะนักโทษพ้นโทษ ป้องกระทำผิดซ้ำๆ

ดัน!! ข่มขืน-ฉีดให้ฝ่อ ทุกๆ 3 เดือน

ข่มขืน-ฉีดให้ฝ่อ พัชรินทร์ สรุปข้อเสนอ กมธ.ข่มขืน ดันประเด็นฉีดให้ฝ่อในทุกๆ 3 เดือน ย้ำใช้เฉพาะนักโทษที่พ้นโทษ ป้องกระทำผิดซ้ำ

นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ ขอบคุณ ที่สภาเล็งเห็นปัญหาการข่มขืนกระทำชำเรา ที่ กมธ. วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกัน แก้ไขปัญหาการข่มขืน-กระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร ได้เสนอรายงานสรุปผล ให้สภารับทราบโดยโรดแมปหลังจากนี้ จะส่งข้อสังเกตไปให้รัฐบาล นำข้อศึกษาเหล่านี้ไปใช้กับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่กระบวนการป้องกันแรกเริ่ม ไปจนถึงสิ้นสุดของกระบวนการ ก็คือการลงโทษ ส่วนในชั้นกรรมาธิการหารือถึงการลงโทษที่ผ่านมา โทษสูงสุด ก็คือการประหารชีวิต แต่คดีเหล่านี้ยังไม่สิ้นสุดไปจากประเทศไทย จึงได้มีการถกเถียงและหยิบยกประเด็นฉีดให้ฝ่อมาศึกษา

โดย ยืนยันว่าหลักการฉีดให้ฝ่อ สามารถนำมาปรับใช้กับประเทศไทยได้ แต่ก็ต้องดูว่าจะใช้ในการบำบัดรักษาหรือการลงโทษ โดยการฉีดให้ฝ่อจะใช้เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำๆ หลังพ้นโทษไม่ให้ออกมาข่มขืนซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีก โดยการฉีดฮอร์โมนเพื่อยับยั้งความต้องการทางเพศในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งจะทำการฉีดในทุกๆ 3 เดือน และไม่ใช้การฉีดให้ฝ่อแบบถาวร ซึ่งเรื่องนี้เสนอไปยังกระทรวงยุติธรรมที่ต้องเป็นเจ้าภาพหลักในการศึกษาเพิ่มเติมว่าจะนำมาใช้เพื่อการบังคับใช้โทษ หรือโปรแกรมบำบัด ส่วนจะนำการฉีดลดฮอร์โมนมาใช้ในผู้กระทำความผิดเพศหญิงด้วยหรือไม่ ย้ำว่าในบทกฎหมายครอบคลุมในทุกเพศ แต่ยังไม่ได้ศึกษาถึงประเด็นฉีดให้ฝ่อในเพศหญิง…

คลิปนาทีระทึก กระบะชนกระบะจอดรอยูเทิร์น บาดเจ็บถึง 2 ราย

คลิปนาทีระทึกรถกระบะ

คลิปนาทีระทึกรถกระบะ ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยนาที รถยนต์กระบะ พุ่งชนรถยนต์กระบะ ที่จอดรถเพื่อที่จะยูเทิร์น ผลทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดคาภายใน 2 ราย โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อช่วงคืนวันที่ 1 กันยายน 2563 สภ.ศรีเทพ ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถยนต์กระบะ พุ่งชนประสาน

งานกันทำให้มีผู้บาดเจ็บติดคาภายใน 2 ราย เหตุเกิดบนทางหลวงหมายเลข 21 สายสระบุรี-หล่มสัก บริเวณหมู่ที่ 15 ต.สระกรวด อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกู้ชีพโรงพยาบาลศรีเทพ และอาสาพงไล้ศรีเทพ ร่วมอำนวยความสะดวก

ในที่เกิดเหตุพบกระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน กฉ 7554 ลพบุรี สภาพทา
ด้านหน้ารถพังเสียหาย และพลิกตะแคงอยู่บนถนน มีนายชัยณรงค์ คำจร วัย 54 ปี เป็นคนขับ มาด้วยกันกับลูกชายวัย 7 ขวบ ซึ่งทั้ง 2 ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศรีเทพ ใกล้กับพบ

รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ สีดำ ทะเบียน กท 4456 ลพบุรี สภาพด้านหน้ารถพังเสียหาย มีนายธรรมนูญ ถนอมชาติ วัย 37 ปี ชาว อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ เป็นคนขับ

จากการสอบถาม ชาวบ้านที่ได้เห็นเหตุการณ์ได้เล่าว่า รถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน กฉ 7554 ลพบุรี ซึ่งขับมาจากทาง จ.ลพบุรี มุ่งหน้าไปทางตัวเมืองเพชรบูรณ์ ขณะที่รถยนต์กระบะ มิตซูบิชิ สี ดำ ทะเบียน กท 4456 ลพบุรี ซึ่งจอดรถรอจะยูเทิร์น อยู่ตรงจุดเกิดเหตุ จู่ๆ รถกระบะสีขาว ได้เสียหลัก วิ่งเข้าชนรถยนต์ มิตซูบิชิ สีดำ ที่จอดรอยูเทิร์น ก่อนที่รถยนต์ อีซูซุ สีขาว จะถูกแรงปะทะ แล้วพลิกตะแคงดังกล่าว ส่วนสาเหตุเบื้องต้นก็ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ ที่แท้จริงอีกครั้งหนึ่ง…