ดีนคาร์นาเซส เศรษฐีนักธุรกิจที่ลาออกมาไล่ตามนรก

ดีนคาร์นาเซส เศรษฐีนักธุรกิจที่ลาออกมาไล่ตามนรก

ลองนึกภาพพนักงานออฟฟิศใส่สูทราคาแพงจากอาร์มานี มีรถประจำตำแหน่งดูโก้หรู เนี้ยบทุกกระเบียดนิ้วเวลาในเวลาพบปะลูกค้าที่เป็นเหล่า เศรษฐีระดับต้นๆ ของเมือง….

ทุกคำพูดที่ออกจากปากล้วนเป็นคำพูดที่โชว์ถึงทัศนคติและการบริหารจัดการสินทรัพย์ ทุกคนชื่นชอบ ดีน คาร์นาเซส ในฐานะพนักงานเกรดเอของบริษัท ยกเว้นคนเดียวที่เกลียดตัวตนของเขา…ซึ่งนั่นก็คือตัวของเขาเอง

นี่คือเรื่องราวของ ดีน คาร์นาเซส นักธุรกิจผู้เพียบพร้อมทุกอย่างที่ค้นพบว่าตัวเองมีพลังวิเศษซ่อนอยู่ และพลังเหนือมนุษย์ที่สามารถทำให้เขาวิ่งระยะ 500 กิโลเมตร แบบรวดเดียวโดยไม่ต้องพักนอนหลับแม้สักงีบ สิ่งนี้เปลี่ยนเขาอย่างไรบ้าง ติดตามได้ที่นี่

คืนนั้นฉลองวันเกิด

ณ บาร์แห่งหนึ่ง ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องบาร์เครื่องดื่มที่มีบาร์เทนเดอร์ปรุงรสชาติออกมาให้จัดจ้านโดนใจ เครื่องดื่มหนึ่งแก้วของบาร์แห่งนี้อาจจะมากเท่ากับค่าแรงขั้นต่ำของผู้คนในรัฐ แคลิฟอเนียร์เลยก็ว่าได้ ชายคนหนึ่งเดินมาสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอร์และยกแก้วกลับไปร่วมก๊วนกับเพื่อนๆของเขา ทุกคนดูเฮฮา บาคาร่า หัวเราะสนุกสนานและโยกย้ายร่างกายไปกับดนตรีแนวละติน..

นี่คือวันเกิดฉลองอายุครบ 30 ปีของชายคนนั้น และในวัยขนาดนี้เขากำลังมีชีวิตที่ใครก็ต้องอิจฉา เขาเป็นนักธุรกิจหนุ่มมีการศึกษามีรายได้ดี มาดของเขาเนี้ยบยิ่งกว่าใคร และเมื่ออกสเต็ปแดนซ์ได้ไม่นานก็มีสาวๆเริ่มเข้ามาพัวพัน เขาทำท่าจะเร่งเครื่องเดินเกม แต่สุดท้ายเขาก็หยุดสักครู่เพื่อไปห้องน้ำเพื่อไปคิดว่าสิ่งที่เขาทำอยู่มันสมควรหรือไม่… เธออาจจะเป็นสาวฮ็อต แต่ตัวของเขานั้นแม้จะเมาแค่ไหนก็ยังพอระลึกได้ว่านิ้วนางข้างซ้ายนั้นสวมแหวนอยู่… เขามีลูกและภรรยาแล้ว

การหยุดคิดครั้งนั้นส่งผลกับชีวิตของเขามากมายเหลือเกิน มันมากพอที่จะทำให้เขาเดินออกมาจากบาร์ และเดินมาบนถนนกลางดึกที่เงียบสงัด เขาสับสนกับกับสิ่งที่กำลังดำเนินไปในแต่ละวัน และหลังจากนั้นเขาก็ถอดชุดสูทและปลดเน็คไทออกเพื่อที่จะวิ่งกลับบ้าน…

ดีน คาร์นาเซส เริ่มเพิ่มความเร็วทีละนิด ทีละนิด จุดมุ่งหมายของเขาคือการวิ่งไปข้างหน้า ทว่าเมื่อยิ่งวิ่งเขากลับพบว่าภาพของเขาในอดีตกลับเป็นสิ่งที่ดักรอทักทายอยู่ตลอดสองข้างทาง… รู้ตัวอีกทีก็ไม่มีแสงไฟจากถนนแล้ว เขาพ้นจากโซนเมืองและวิ่งบนถนนอยู่เงียบๆคนเดียว

นี่คือครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขารับรู้ได้ถึงความรู้สึกเมื่อเหงื่อแทรกออกมาจากรูขุมขน จิตใจของพุ่งทะยานไปเร็วกว่าฝีเท้า การวิ่งอาจจะทำให้ร่างกายของใครบางคนเจ็บปวด แต่ไม่ใช่สำหรับเขา…รู้ตัวอีกทีเขาก็วิ่งมาเป็นระยะทางกว่า 45 กิโลเมตรและพระอาทิตย์ก็ขึ้นจากท้องฟ้าบอกเวลาว่าเช้าแล้ว นั่นหมายถึงเขาจะต้องเริ่มทำงานที่ทำให้เขาได้เงินมาใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยในแต่ละวัน

เมื่อสติกลับคืนมาเขาพบว่าเท้าของเขามีแผลพุพองจากการสวมรองเท้าคัทชูวิ่ง ที่ง่ามขาเกิดแผลจากการเสียดสีของกางเกงสแล็กที่ใส่ทำงาน แต่น่าแปลกคือสภาพจิตใจของเขากลับปลอดโปร่งแบบที่ไม่เคยเป็น เขารู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากชีวิต ก่อนจะเริ่มหยอดตู้โทรศัพท์สาธารณะเพื่อโทรบอกให้ภรรยาของเขามารับที่หน้าร้าน เซเว่น อีเลฟเว่น แห่งหนึ่งใน อ่าวฮาล์ฟมูนที่ซานฟรานซิสโก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *