เพื่อนบ้านยอมแล้วไม่ล้างหอยหน้าบ้าน

เพื่อนบ้านยอมแล้วไม่ล้างหอยหน้าบ้าน

เพื่อนบ้านยอมแล้วไม่ล้างหอยหน้าบ้าน

เพื่อนบ้านยอมแล้วไม่ล้างหอยหน้าบ้าน

เพื่อนบ้านยอมแล้วไม่ล้างหอยหน้าบ้าน สาวโวยซื้อบ้านราคาเกือบ 10 ล้านบาท แต่ต้องทนอยู่กลับกลิ่นหอยสด มานาน 6 ปี เผยเพื่อนบ้านทำฟาร์มหอยนางรม ขนหอยสดมาล้างหน้าบ้าน ที่ผ่านมาแจ้งนิติบุคคลหมู่บ้านช่วยคุย แต่ไม่มีการแก้ไข จนสุดทนซื้อบ้านที่นนทบุรี แต่กลับได้บรรยากาศเหมือนอยู่บางแสน

เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ย่านนครอินทร์-พระราม 5 จ.นนทบุรี โดยหญิงสาวรายนี้โพสต์ระบายลงในเว็บไซต์พันทิป ร้องทุกข์กับสิ่งที่ต้องเจอจากเพื่อนบ้าน หลังจากอยู่บ้านราคาหลังเกือบ 10 ล้าน แต่ต้องเจอกับเพื่อนบ้านที่ทำฟาร์มหอยนางรม แล้วเอาหอยนางรมมาเทแล้วล้างหน้าบ้าน จนกลิ่นคละคลุ้งไปทั่วถนน โดยอ้างว่าเป็นที่ส่วนตัวมีสิทธิที่จะทำได้

โดยผู้โพสต์ระบุว่า ได้ไปคุยกับเจ้าของบ้านดังกล่าวว่า กลิ่นนั้นรบกวนความเป็นอยู่ของเพื่อนบ้าน และบ้านทุกหลังก็มีลูกที่ยังเล็ก แต่เจ้าของหอยตอบกลับมาว่า”เหม็นเหรอครับ ผมไม่เห็นได้กลิ่นเลย”จนตอนนี้เพื่อนบ้านที่เคยเข้าไปคุยย้ายหมู่บ้านกันไปหมดแล้ว เหลือแต่บ้านของผู้โพสต์กับบ้านข้าง ๆ ที่เพิ่งเข้ามาอยู่ใหม่ (ซึ่งยังไม่เคยได้คุยเรื่องนี้กัน) แล้วเราเองก็ไม่ได้มีเงินพอที่จะย้ายไปไหนได้ด้วย (ในซอยบ้านเรามีบ้าน 5 หลัง)

ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ลงพื้นที่ไปที่หมู่บ้านดังกล่าว ไปยังบ้านที่ถูกระบุในโพสต์ว่ามีการนำหอยนางรมสดลงมาล้างหน้าบ้าน พบว่าหลังโพสต์จากกระทู้ในพันทิปเผยแพร่ออกไป บ้านหลังดังกล่าวไม่ได้นำหอยมาล้างที่หน้าบ้านเหมือนเช่นทุกวัน ซึ่งหลังจากที่รถกระบะนำหอยนางรมจากฟาร์มหอยที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี มาส่งที่บ้านหลังนี้ ได้มีการขนหอยเข้าไปล้างในบ้านแทน จากนั้นก็ได้ล้างทำความสะอาดหน้าบ้านอย่างดีก่อนขับรถกลับออกไป โดยทีมข่าวรอที่จะสอบถามเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว แต่ไม่พบ เมื่อโทรศัพท์ไปสอบถามกลับถูกปฏิเสธที่จะตอบในเรื่องที่เกิดขึ้น

ทีมข่าวจึงลองติดต่อสอบถามไปที่คนงานที่มาส่งหอยนางรมที่บ้านหลังนี้ ซึ่งได้คำตอบเพียงว่า มาส่งหอยที่นี่ประจำ ส่วนใหญ่จะไม่มาทำที่หน้าบ้าน คือมาส่งแล้วก็นำไปส่งต่อตามร้านซีฟู้ดเลย ซึ่งหอยสดก็จะมีกลิ่นแบบนี้เป็นปกติ เพราะมันอยู่กับทะเล ซึ่งจะแช่น้ำแข็งฟรีซมาแล้ว ไม่คิดว่าจะส่งกลิ่นอะไรมาก อาทิตย์นึงอาจจะมีหอยมาส่งที่นี่ 1,000-2,000 ตัว ล่าสุดได้นำหอยไปส่งเฉย ๆ พร้อมล้างหน้าบ้านเรียบร้อยแล้ว พร้อมนำขยะที่เป็นเปลือกหอย ไปทิ้งจุดทิ้งขยะส่วนกลางที่อยู่หน้าหมู่บ้าน เพื่อไม่ให้เกิดกลิ่น

ขณะที่เจ้าของโพสต์ เปิดเผยกับทีมข่าวว่า เคยรวมตัวกับบ้านข้าง ๆ ไปคุยกับเจ้าของบ้านทำหอย อยากให้แก้ไขเรื่องกลิ่น แต่ถูกถามกลับว่า”เหม็นหรอ ผมไม่ได้กลิ่น”ตอนแรกที่คุยกัน เขาก็ได้แก้ไข โดยนำหอยเข้าไปทำในบ้าน พร้อมใช้น้ำยาดับกลิ่นหลังทำงานเสร็จ แต่สุดท้ายก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม โดยช่วงเวลาที่ทำหอย จะเริ่มตั้งแต่ตี 5 จนถึงช่วงสาย ๆ ซึ่งก็จะส่งเสียงดัง และส่งกลิ่นโชยมาตลอด ล่าสุดเขานำหอยไปล้างในบ้าน แต่น้ำล้างหอยก็ไหลลงท่อในหมู่บ้านก็ส่งกลิ่นเหม็นอยู่ดี ซึ่งตนทนมาแล้ว 6 ปี ช่วงแรกเห็นว่าเป็นเพื่อนบ้านกัน และไม่ค่อยอยู่บ้าน ทำให้ทนได้ แต่ตอนนี้ไม่ไหวแล้ว

ที่ผ่านมาเคยแจ้งให้นิติบุคคลช่วยเหลือ แต่กลับทำอะไรไม่ได้ ทั้งที่มีหนังสือสัญญาจากบริษัทเจ้าของบ้าน ระบุชัดเจนว่าผู้ซื้อห้ามประกอบธุรกิจ หรือการค้าใด ๆ อันก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อาศัยร่วมโครงการ เช่น สถานจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม หลังจากนี้จะไปยื่นหนังสือร้องเรียนที่ อบต.ซ้ำอีกครั้ง เพราะไม่อยากต้องทนกับกลิ่นอะไรแบบนี้ คนอื่นอาจชินแต่ส่วนตัวไม่ชิน เพราะเราซื้อบ้านเราก็อยากได้สภาพแวดล้อมที่ดี ซึ่งเราซื้อบ้านที่นนทบุรี ไม่ได้ซื้อบ้านที่บางแสน

เบื้องต้นทางนิติบุคคลหมู่บ้าน ได้ทำหนังสือตักเตือนลูกบ้านแล้วว่า ห้ามทำกิจการในหมู่บ้าน เพราะเป็นกฎแต่ก็ยังไม่ได้รับความร่วมมือจากเจ้าของบ้าน ทางนิติบุคคลจึงเสนอให้ลูกบ้านไปร้องเรียนกับ อบต.เพื่อให้เกิดการแก้ไขต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

นักแสดงวัยรุ่น จอห์นสัน เทวิน นำทีมร้อง ตร.ถูกตุ๋นลงทุนบิทคอยน์ สูญ 42 ล้าน

นักแสดงวัยรุ่น

นักแสดงวัยรุ่น

นักแสดงวัยรุ่น

นักแสดงวัยรุ่น จอห์นสัน เทวิน นำทีมร้อง ตร.ถูกตุ๋นลงทุนบิทคอยน์ สูญ 42 ล้าน

กลุ่มผู้เสียหายที่ถูกหลอกลงทุนบิทคอยน์ ประมาณ 30 คน รวมตัวเข้าร้องเรียนกับตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังร่วมลงทุนบิทคอยน์ผ่านเว็บไซต์ cryptominingfarm ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท ไลฟ์ไทม์ เทคโนโลยี จำกัด ที่มีนายพิมงคล ท้าวภิบาล เป็นเจ้าของ เบื้องต้น มีผู้เสียหายแล้วกว่า 140 คน โดยร่วมลงทุนตั้งแต่หลักพันถึงหลักล้านบาท มีมูลค่าความเสียหายแล้วประมาณ 42 ล้านบาท นายเทวิน คุณารัตนวัฒน์ หรือ จอห์นสัน เทวิน  หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่า ก่อนหน้าที่จะเข้ามาร่วมลงทุนได้ตรวจสอบบริษัทดังกล่าว ว่ามีสำนักงานทั้งที่เมืองทองธานี และจังหวัดเชียงใหม่ ดูน่าเชื่อถือ อีกทั้งเคยลงทุนลักษณะนี้มาก่อน จึงร่วมลงทุนและได้รับผลตอบแทนกลับมา พร้อมลงทุนเพิ่มแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา เริ่มระแคะระคาย เมื่อไม่มีการจ่ายผลตอบแทนตามที่สัญญาไว้ จึงรวมตัวกับผู้เสียหายอื่น ๆ เข้าร้องเรียน พร้อมฝากถึงประชาชนว่า ปัจจุบันการลงทุนมีทั้งได้รับผลตอบแทนจริง และลักษณะหลอกลวง จึงควรศึกษาให้รอบคอบ และพร้อมความรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ขณะที่หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าด้วยว่า เริ่มแรกได้รับการชักชวนจากคนรู้จัก ให้ลงทุนในเงินสกุลบิทคอยน์ผ่านเว็ปไซต์ดังกล่าว ตั้งแต่ช่วงปี 2560 โดยมีการการันตีผลตอบแทน ว่าจะได้ร้อยละ 70 ต่อสัญญา ซึ่งแต่ละสัญญามีช่วงระยะเวลาตั้งแต่ 3 เดือน , 6 เดือน และ 1 ปี ไปจนถึงตลอดชีวิต และสามารถถอนได้ทันที โดยไม่มีเงื่อนไข กระทั่งตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2561 ทางบริษัทฯ เริ่มเพิ่มเงื่อนไขในการถอนเงิน กระทั่งวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทางบริษัทฯ แจ้งว่าจะทยอยจ่ายเงินคืนผู้ลงทุน เป็นระยะเวลา 84 งวด หรือ ประมาณ 7 ปี ในสกุลเงินอื่น ที่ไม่ได้รับการรองรับตามกฎหมายไทย โดยจะจ่ายคืนเพียงเดือนล่ะหลักร้อยบาทเท่านั้น

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

รวบครบแล้ว7อุยกูร์ หนีจากห้องกัก ตม.มุกดาหาร ชาวบ้านแจ้งจับคนที่เหลือหลังออกมาขอข้าวกิน

รวบครบแล้ว7อุยกูร์

รวบครบแล้ว7อุยกูร์

รวบครบแล้ว7อุยกูร์

รวบครบแล้ว7อุยกูร์ มุกดาหาร-จากกรณีผู้ต้องกักชาวอุยกูร์ 7 คน หลบหนีออกจากห้องควบคุมผู้ต้องกักขัง ที่ทำการ ตม.มุกดาหาร เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ บูรณาการนำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้น ล่าสุดสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 7 คนแล้ว

วานนี้ (16 ก.พ.) ตร.ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบชายต้องสงสัยมาขออาหารและน้ำดื่ม บริเวณสวนยางบ้านหนองหอย (ไร่ดลพร) ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร พากันเดินออกไปที่ถนนเลี่ยงเมือง หางจากสี่แยกไฟแดงศูนย์ไหมประมาณ 200 เมตร เจ้าหน้าที่ชุดบูรณาการนำกำลังร่วมกันออกตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบผู้ต้องหาจำนวน 3 คน เดินอยู่บริเวณริมถนนทางเลี่ยงเมือง ห่างจากสี่แยกไฟแดงศูนย์ไหมประมาณ 200 เมตร

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบ นายอ๊อบ มิลเกม อายุ 21 ปี นายอับดุลลาห์ แอรี่ อายุ 23 ปี นายอับดุลเลาะห์ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหา 3 คนสุดท้ายที่ยังหลบหนีอยู่ เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุม ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนสุดท้าย รวมทั้งผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ จำนวน 4 คน รวมจำนวน 7 คน ถูกจับกุมมาครบจำนวน 7 คนแล้ว และได้นำตัวมาที่ทำการ ตม.จ.มุกดาหาร เพื่อสอบปากคำและทำบันทึกจับกุมส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

เจ๊บ้าบิ่นฟ้องกลับทนายตั้มคดีหวย30ล้าน

เจ๊บ้าบิ่นฟ้องกลับทนายตั้มคดีหวย30ล้าน

เจ๊บ้าบิ่นฟ้องกลับทนายตั้มคดีหวย30ล้าน

เจ๊บ้าบิ่นฟ้องกลับทนายตั้มคดีหวย30ล้าน

เจ๊บ้าบิ่นฟ้องกลับทนายตั้มคดีหวย30ล้าน วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 13.30 นาฬิกา นางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น พร้อมด้วย นายวชิระ ทานท่า ทนายความส่วนตัว

ได้เดินทางมายังศาลจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อใช้สิทธิ์ทางศาลในการฟ้องคดีอาญา นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม และร้อยตำรวจโทจรูญ วิมูล หรือลุงจรูญ ในข้อหาแจ้งความเท็จกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา โดยหลังจากเดินทางมาที่ศาลเจ๊บ้าบิ่นพร้อมทนายความได้เดินทางเข้าไปในสารและใช้เวลายื่นฟ้องประมาณ 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ โดยสารได้รับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.442/2562

จากนั้น ทนายความของเจ๊บ้าบิ่นได้กล่าวว่า การเดินทางมาในวันนี้ เพื่อให้เจ๊บ้าบิ่นได้ใช้สิทธิ์ทางศาลในการฟ้องร้องบุคคล 2 คนที่ใช้สิทธิ์ในทางไม่สุจริตกลั่นแกล้งเจ๊บ้าบิ่นให้ได้รับโทษทางอาญา โดยการฟ้อง ได้ฟ้องในข้อหาแจ้งความเท็จกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญาเพราะถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ใช้สิทธิ์อย่างไม่ถูกต้องทางเจ๊บ้าบิ่นเองจึงต้องดำเนินการฟ้องร้องเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเอง โดยที่มาของเรื่องราวดังกล่าว เกิดจากการที่บุคคลทั้งสอง ไปออกรายการโหนกระแสทางช่อง 3 และให้ข้อมูลอันเป็นเท็จในรายการ เรื่องที่เจ๊บ้าบิ่นขายสลากเกินราคา ซึ่งเมื่อสารได้รับฟ้องเป็นคดีอาญาแล้วและนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 29 เมษายน 2562 เวลา 9.00 นาฬิกา ทางทีมทนายของเจ๊บ้าบิ่นคาดว่าจะต้องขอให้คุณหนุ่มกรรชัย พิธีกรรายการโหนกระแสได้เดินทางมาเป็นพยานในศาลด้วย ส่วนเรื่องการขอศาลให้ออก หมายเรียกให้มาเป็นพยานจะได้ดำเนินการในลำดับขั้นตอนต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

จับแล้ววัยรุ่นยกพวกตีกันในโรงพยาบาลกบินทร์บุรี

จับแล้ววัยรุ่นยกพวกตีกันในโรงพยาบาลกบินทร์บุรี

จับแล้ววัยรุ่นยกพวกตีกันในโรงพยาบาลกบินทร์บุรี

จับแล้ววัยรุ่นยกพวกตีกันในโรงพยาบาลกบินทร์บุรี

จับแล้ววัยรุ่นยกพวกตีกันในโรงพยาบาลกบินทร์บุรี ความคืบหน้ากรณีวัยรุ่นยกพวกตีกันในโรงพยาบาลกบินทร์บุรี ล่าสุดตำรวจตามจับผู้ก่อเหตุได้แล้ว

สาเหตุมาจากเรื่องหึงหวงอดีตแฟนสาว เยาวชนชายอายุ 17 ปี และ 18 ปี ถูกตำรวจภูธรกบินทร์บุรี ตามจับได้ที่บ้านพักในอำเภอกบินทร์บุรี แล้วคุมตัวมาสอบสวน โดยทั้งคู่รับสารภาพแต่โดยดีว่าเป็นคนรุมทำร้ายวัยรุ่นที่ตลาดและโรงพยาบาลจริง คนต้นเรื่องคือเยาวชนชายอายุ 18 ปี สาเหตุมาจากหึงหวงแฟนสาวที่เลิกรากันไปนานแล้ว เพราะแฟนสาวไปมีแฟนใหม่ คือผู้บาดเจ็บที่ถูกรุมตีที่ตลาดนัดศุภผลแล้วมีการท้าทายในเฟซบุ๊กกันมาตลอด และบังเอิญว่าคืนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ไปเจอกันที่ตลาดเลยชกต่อยกัน คนบาดเจ็บกับเพื่อนเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลกบินทร์บุรี แต่ยังไม่จบยังโพสต์ท้าทายเขาอีกเลยตามไปเอาเรื่องที่โรงพยาบาล และพบกับเพื่อนของผู้บาดเจ็บ คือน้องผู้ชายเสื้อดำเลยฝากแค้นไป โดยการต่อยและรุมทำร้ายไปอีกนิดหน่อย ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

กสทช.แจงวอยซ์ทีวีทำผิดซ้ำ ถูกสั่งจอดำนานขึ้น 3 สมาคมสื่อออกแถลงจี้หยุดลิดรอนสื่อ

กสทช.แจงวอยซ์ทีวีทำผิดซ้ำ

กสทช.แจงวอยซ์ทีวีทำผิดซ้ำ

กสทช.แจงวอยซ์ทีวีทำผิดซ้ำ

กสทช.แจงวอยซ์ทีวีทำผิดซ้ำ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ระบุคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต 15 วัน ช่องวอยซ์ทีวี (Voice TV) มีผลตั้งแต่ 0.00 น. ของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562

เนื่องจาก วอยซ์ทีวี ได้มีการกระทำความผิดในการออกอากาศรายการที่มีเนื้อหาทำให้เกิดความสับสน และยั่วยุให้เกิดความแตกแยก อีกทั้งที่ผ่านมาได้มีผู้ร้องเรียนวอยซ์ทีวีมาโดยตลอด ซึ่งจากสถิติปี 2558 มีการกระทำความผิด 4 กรณี ปี 2559 มี 11 กรณี ปี 2560 มี 10

กรณี และปี 2561 มี 9 กรณี โดยคณะอนุกรรมการฯ ได้ตรวจสอบและเคยมีคำสั่งทางปกครอง รวมถึงมีการตักเตือนไปแล้วหลายครั้งตั้งแต่ปี 2558 จนปัจจุบัน โดยล่าสุดพบกระทำผิดจากรายการทูไนท์ ไทยแลนด์วันที่ 16 ธ.ค. 2561 รายการเบรกกิ้งนิวส์ วันที่ 21 , 28 , 29 ม.ค. และวันที่ 4 ก.พ. 2562 จึงมีคำสั่งทางปกครองให้วอยซ์ ทีวีปรับปรุงตัวเอง ที่ผ่านมาได้สั่งพักการออกอากาศ 7 วัน เมื่อมีการกระทำผิดซ้ำจึงต้องเพิ่มโทษเป็น 15 วัน และต่อไปหากมีการกระทำผิดซ้ำอีก ก็จะสั่งพักออกอากาศยาวขึ้น ขณะที่ทางผู้บริหารวอยซ์ทีวี ได้รวบรวมสำนวน ก่อนจะส่งฟ้องศาลในช่วงเช้าวันนี้ (14 ก.พ.62) ขณะที่ 3 สมาคมสื่อฯ ได้แก่ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ออกแถลงการณ์ร่วม เรื่อง หยุดลิดรอนเสรีภาพสื่อและประชาชนและทบทวนคำสั่งพักใบอนุญาตสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี ชี้ในองค์กรมีคนทำงานหลายส่วน อาจไม่รับรู้การกระทำของพิธีกรบางคน แต่ได้รับผลกระทบจากการสั่งปิด และขัดหลักสิทธิเสรีภาพการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร วอนทบทวนมาตรการจอดำ พร้อมแนะสมาชิกเสนอข่าวรอบด้าน ไม่เอื้อประโยชน์พรรคการเมือง

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

โขลงช้างป่าอ่างฤไนรุมเหยียบพระมรณภาพ

โขลงช้างป่าอ่างฤไนรุมเหยียบพระมรณภาพ

โขลงช้างป่าอ่างฤไนรุมเหยียบพระมรณภาพ

โขลงช้างป่าอ่างฤไนรุมเหยียบพระมรณภาพ

โขลงช้างป่าอ่างฤไนรุมเหยียบพระมรณภาพ เวลา 8.00 น. วันนี้ ( 13 ก.พ 62) นายฉันท์ แป้นเพชร นายอำเภอท่าตะเกียบ รับแจ้งจากกำนันสมจิต สาธุชาติ กำนันตำบลคลองตะเกรา ว่าพบพระที่มาปักกรดนอนเสียชีวิต

ภายในไร่มันสำประหลังของชาวบ้านในพื้นที่ ม.3 บ้านทุ่งยายชี ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา หลังรับแจ้งจึงประสาน นายเอนก วงค์ษา หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังช้างประจำอำเภอท่าตะเกียบ และสนามชัยเขต เจ้าหน้าที่ตรวจ และแพทย์เวรโรงพยาบาลอำเภอท่าตะเกียบร่วมตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังยืนมุงดู พร้อมวิพากษ์วิจารณ์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจุดเกิดเหตุพบข้าวของเครื่องใช้ของพระและกรดที่ปักไว้ ถูกรื้อกระจัดกระจาย ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร พบร่างพระที่มรณภาพ ทราบชื่อต่อมาคือ พระประภพ จันทร์ไผ่ขอ อายุ 36 ปี นอนมรณภาพ ผ้าสบงหลุดลุ่ย เลือดออกปากและจมูก ขาขวาหัก บริเวณหน้าอกมีรอยซ้ำ
นายบรรจง สาธุชาติ ชาวบ้านในละแวกนั้นได้เปิดเผยว่า พระประภพ ได้เข้ามาปักกรด เมื่อ 2 วันที่แล้ว ตนเองและชาวบ้านได้เตือนพระประภพแล้ว ว่าจุดที่ปักกรดอันตราย เนื่องจากมีโขลงช้างป่าเขาอ่างฤไน ประมาณ 15 ตัว มักลงมากินพืชไร่ของชาวบ้านอยู่เป็นประจำ แต่พระประภพไม่เชื่อและยังปักกรดบริเวณดังกล่าว กระทั่งเวลาประมาณ 04.00 น. ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ตนได้ยินเสียงคนร้อง และเสียงช้างป่าฝูงใหญ่ที่ร้องขู่คำราม แต่ก็ไม่กล้าออกมาดู จนรุ่งสางจึงออกมาดู และก็พบว่าพระประภพนอน มรณภาพ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำศพพระประภพ ไปยังโรงพยาบาลอำเภอท่าตะเกียบ เพื่อทำการชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะติดต่อญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com